SYNEX วิ่งฉิว6% โบรกฯเชียร์”ซื้อ” เคาะเป้า10บ. คาดผลงานไตรมาส 4/62 สดใสรับยอดขายiPhone 11

SYNEX วิ่งฉิว6% โบรกฯเชียร์"ซื้อ" เคาะเป้า10บ. คาดผลงานไตรมาส 4/62 สดใสรับยอดขายiPhone 11 โดย ณ เวลา 15.03 น. ราคาอยู่ที่ระดับ 7.85 บาท บวก 0.45 บาท หรือ 6.08% สูงสุดที่ระดับ 7.90 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 7.45 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.84 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ณ เวลา 15.03 น. อยู่ที่ระดับ 7.85 บาท บวก 0.45 บาท หรือ 6.08% สูงสุดที่ระดับ 7.90 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 7.45 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.84 ล้านบาท

ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” SYNEX ราคาเป้าหมาย 10 บาท/หุ้น คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/62 ชะลอต่อเนื่อง ลดลง 5.6% จากไตรมาสก่อน, ลดลง 30.3% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เหลือ 112.1 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายจะกระเตื้องขึ้น แต่ด้วย Product mix ที่เปลี่ยนแปลง คาดกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดต่ำลง แนวโน้มไตรมาส 4/62 จะฟื้นตัวโดยได้อานิสงส์จากสินค้าของ Apple ที่ได้รับตอบรับดีจากผู้บริโภค กำไรไตรมาส 3/62 ที่อ่อนแอกว่าคาด ทำให้ปรับกำไร 2562-63 ลง 18% และ 10% เป็นกำไร 572.3 ล้านบาทในปีนี้ ลดลง 20.7% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และเป็น 700.1 ล้านบาทในปี 2563 เพิ่มขึ้น 22.3% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน การเติบโตในระยะยาวจะเป็นไปตามอุตสาหกรรมไอทีที่มีการพัฒนาตลอดเวลา ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 10 บาทจาก 12 บาท (PE 13 เท่า) เพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากถือในรายงานฉบับก่อน

โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/62 ที่ 112.1 ล้านบาท ลดลง 5.6% จากไตรมาสก่อน, ลดลง 30.3% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ชะลอต่อจากไตรมาส 2/62 ที่ถูกกระทบจากการที่หัวเหว่ยถูกสหรัฐแบน ส่วนยอดขายไตรมาส 3/62 มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้นโดยเฉพาะมือถือหัวเหว่ยหลังจากที่มีการอัดฉีดแคมเปญ ขยายเวลาประกันสินค้า เดินสายทำความเข้าใจกับดีลเลอร์ แต่ยอดขายยังไม่กลับสู่ระดับปกติ ประกอบกับ Product mix ที่มีส่วนผสมของสินค้ามาร์จิ้นต่ำเพิ่มขึ้น ทำให้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้จะลดเหลือเพียง 3.99% จาก 4.28% ในไตรมาส 2/62 สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนอื่นยังคุมได้ดี และคาดว่าจะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 10 ล้านบาทเพราะเงินบาทแข็งค่า

สำหรับแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/62 ดีขึ้นหลังได้สินค้าของ Apple หนุนโดยเฉพาะ iPhone 11 และ iPad รุ่นล่าสุดที่ได้รับความนิยมสูง แต่กำไรไตรมาส 3/62 ที่ต่ำกว่าที่เคยคาด ทำให้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ลง 18% เหลือเพียง 572.3 ล้านบาท ลดลง 20.7% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี และปรับลดกำไรปี 2563 ลง 10% เป็น 700.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.3% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากการปรับลดยอดขายและเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดซึ่งเชื่อว่าจะสูงขึ้นเพื่อผลักดันยอดขายให้ได้ตามเป้า ปัจจัยหนุนในปีหน้ามาจากการเติบโตของความต้องการกลุ่มสินค้า Internet of Things และอุปกรณ์ไอทีต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ทั้งนี้ ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 10 บาท เท่ากับเป้าปีนี้โดยยังอิง PE 13 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 14.6 เท่า ราคาหุ้นปรับลงไปต่ำสุด 32% ที่ 6.45 บาทหลังประกาศงบการเงินไตรมาส 2/62 ถือว่าสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากเดิมถือ (ในรายงานฉบับวันที่ 9 ก.ย. 2562)

คำค้น