สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 8 พ.ย. 2562

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 8 พ.ย. 2562

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (8 พ.ย.) โดยดัชนีดาวโจนส์, S&P 500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อหุ้นในตลาด แม้มีรายงานข่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐไม่เห็นด้วยกับแผนการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งทำให้ตลาดไม่แน่ใจเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนก็ตาม

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,681.24 จุด เพิ่มขึ้น 6.44 จุด หรือ +0.02%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,093.08 จุด เพิ่มขึ้น 7.90 จุด หรือ +0.26% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,475.31 จุด เพิ่มขึ้น 40.80 จุด หรือ +0.48%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (8 พ.ย.) หลังบวกขึ้น 5 วันติดต่อกัน โดยถูกกดดันจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐระบุว่า เขาไม่เห็นด้วยกับแผนการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจีน ซึ่งความเห็นดังกล่าวทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าได้ในเร็วๆ นี้

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.28% ปิดที่ 405.42 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,889.70 จุด ลดลง 1.28 จุด หรือ -0.02%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,228.56 จุด ลดลง 60.90 จุด หรือ -0.46% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,359.38 จุด ลดลง 47.03 จุด หรือ -0.63%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (8 พ.ย.) โดยถูกกดดันจากความไม่แน่นอนในการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐระบุว่า เขาไม่เห็นด้วยกับแผนการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจีน

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,359.38 จุด ลดลง 47.03 จุด หรือ -0.63%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (8 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลที่บ่งชี้ว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสรัฐลดลงในสัปดาห์นี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 57.24 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 22 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 62.51 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (8 พ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวขึ้น แม้นักลงทุนยังคงกังวลกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า เขาคัดค้านแผนการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนก็ตาม

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3.5 ดอลลาร์ หรือ 0.24% ปิดที่ 1,462.9 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 18.7 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 16.823 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ร่วงลง 20.9 ดอลลาร์ หรือ 2.29% ปิดที่ 893.1  ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 69.20 ดอลลาร์ หรือ 3.9% ปิดที่ 1,708.60 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (8 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนได้กลับเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังตลาดได้แรงหนุนจากแนวโน้มความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.21% สู่ระดับ 98.3521

ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9974 ฟรังก์ จากระดับ 0.9955 ฟรังก์ และแข็งค่าเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3227 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3181 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.15 เยน จากระดับ 109.30 เยน

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1023 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1047 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2783 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2820 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6855 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6900 ดอลลาร์สหรัฐ