สรุปภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศ

สรุปภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศประจำวันที่ 21 พ.ย. 2562

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) ท่ามกลางภาวะตลาดที่ซบเซา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากมีสัญญาณที่บ่งชี้ทั้งในด้านบวกและด้านลบเกี่ยวกับการเจรจาของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,766.29 จุด ลดลง 54.80 จุด หรือ -0.20% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,103.54 จุด ลดลง 4.92 จุด หรือ -0.16% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,506.21 จุด ลดลง 20.52 จุด หรือ -0.24%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) เป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยยังคงถูกกดดันจากความไม่แน่นอนในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน และนักลงทุนวิตกว่าอาจจะไม่มีการทำข้อตกลงการค้าเฟสแรกในปีนี้ หลังจากรัฐสภาสหรัฐอนุมัติกฎหมายสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีน

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.40% ปิดที่ 402.22 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,881.21 จุด ลดลง 12.82 จุด หรือ -0.22%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,137.70 จุด ลดลง 20.44 จุด หรือ -0.16% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,238.55 จุด ลดลง 23.94 จุด หรือ -0.33%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน หลังจากสหรัฐสร้างความไม่พอใจให้กับจีนอีก โดยรัฐสภาสหรัฐได้อนุมัติกฎหมายเพื่อสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,238.55 จุด ลดลง 23.94 จุด หรือ -0.33%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศพันธมิตรจะขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปถึงกลางปีหน้า นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. พุ่งขึ้น 1.57 ดอลลาร์ หรือ 2.8% ปิดที่ 58.58 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 1.57 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 63.97 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมเดือนต.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่า คณะกรรมการเฟดยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 10.60 ดอลลาร์ หรือ 0.72% ปิดที่ 1,463.60 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5 เซนต์ หรือ 0.29% ปิดที่ 17.065 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 2.50 ดอลลาร์ หรือ 0.27% ปิดที่ 917.50 ดอลลาร์/ออนซ์

ส่วนสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 9.90 ดอลลาร์ หรือ 0.6% ปิดที่ 1,731.90 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนรอความชัดเจนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ นักลงทุนยังซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงยอดขายบ้านมือสองที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.63 เยน จากระดับ 108.62 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9931 ฟรังก์ จากระดับ 0.9913 ฟรังก์ แต่หากเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3277 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3311 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1059 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1069 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2898 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2920 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.6784 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6795 ดอลลาร์สหรัฐ