
“บลจ.” กวาดซื้อตราสารหนี้ไทย 1.1 หมื่นล้าน “ต่างชาติ” เทขาย 1.9 พันล.
ThaiBMA เผยยอดซื้อขายตราสารหนี้วันนี้ 7 หมื่นลบ. ต่างชาติเทขาย 1,909 ลบ. ด้านยีลด์ระยะยาวขยับขึ้น 0.02-0.05% ตามสหรัฐฯ รับน้ำมันพุ่ง-เฟดคงดอกเบี้ย ตลาดจับตาผลประชุม ECB และ BOE คืนนี้
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) รายงานสรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 70,421 ล้านบาท โดยประเภทของนักลงทุนที่มีมูลค่าการซื้อขายสุทธิสูงที่สุด 2 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มียอดซื้อสุทธิที่ 11,659 ล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มบริษัทประกัน มียอดซื้อสุทธิ 949 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 1,909 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield) อายุ 5 ปี ปิดตลาดที่ระดับ 1.61% ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.01% จากวันทำการก่อนหน้า
สำหรับภาพรวมของตลาดตราสารหนี้ในวันนี้ เส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันทำการก่อนหน้าประมาณ 0.02-0.05% ในกลุ่มตราสารระยะยาว ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury) หลังจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.84% มาอยู่ที่ระดับ 126.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ภายหลังสหรัฐอเมริกาปฏิเสธข้อเสนอจากประเทศอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ในวันนี้ เป็นการไหลออกสุทธิ (Net Outflow) จำนวน 1,909 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากยอดขายสุทธิ (Net Sell) 1,909 ล้านบาท โดยไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติครบกำหนดอายุ (Expired) ทั้งนี้ ยอดการถือครองตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ (Holding) ณ สิ้นสัปดาห์นี้ ปรับตัวลดลง 2,800 ล้านบาท มาอยู่ที่ระดับ 948,075 ล้านบาท จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 950,875 ล้านบาท
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแอตแลนตา ได้รายงานแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow โดยประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสามารถขยายตัวได้ 1.2% ในไตรมาส 1/2569 อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินยังคงเฝ้าติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่จะมีการแถลงมติในคืนนี้อย่างใกล้ชิด
