คัด 3 ธีมเด่น เน้นลงทุนยาวรับมือตลาดขาลง!

คัด 3 ธีมเด่น เน้นลงทุนยาวรับมือตลาดขาลง!

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมบทวิเคราะห์ที่แนะนำเกี่ยวกับการลงทุนในระยะสัปดาห์ โดยพบว่านักวิเคราะห์มองดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,580-1,595 จุด โดยแนะนำหุ้น 3 กลุ่มที่สามารถทยอยซื้อลงทุนได้ในระยะ 3-6 เดือน ได้แก่ หุ้นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากแผนกระตุ้น ศก.ของรัฐฯทั้งมาตรการท่องเที่ยว,กลุ่มที่คาดผลดำเนินงานมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง และหุ้นกลุ่ม ร.พ.ขนาดกลาง

โดยบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) คาด SET Index ปรับตัวลงต่อ จากปัจจัยกดดันทั้งในและ ตปท. โดยการเจรจา Trade war เฟสแรกมีความเสี่ยง และเปราะบางมากขึ้นหลังผู้นำสหรัฐฯผ่านร่างกม.หนุนผู้ประท้วงในฮ่อง สร้างความไม่พอใจต่อฝ่ายจีน นอกจากนี้จีนยังเรียกร้องเงื่อนไขข้อตกลงทางภาษีจากสหรัฐก่อนมีการเซ็นข้อตกลง ขณะที่ในประเทศรายงานตัวเลขภาคการผลิตยังอ่อนแอ สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ประเมินการเคลื่อนไหว 1,580-1,595 จุด

Investment Strategy

สัปดาห์นี้มองตลาดแกว่งตัวลงไปทดสอบแนวรับ 1,570 จุด ด้วยแรงกดดันจาก Trade war สหรัฐฯ-จีน ที่ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ขณะที่ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การจัดตั้งกองทุนทดแทน LTF ช่วงนี้เราแนะนำชะลอการลงทุน และรอตลาดย่อลงมาทดสอบแนวรับในโซน 1,570-1,575 จุด และทยอยเก็บหุ้นคาดมีผลประกอบการดี รวมถึงเรายังคงแนะนำหุ้น 3 กลุ่มที่สามารถทยอยซื้อลงทุนได้ในระยะ 3-6 เดือน ดังนี้

สำหรับหุ้นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากแผนกระตุ้น ศก.ของรัฐฯทั้งมาตรการท่องเที่ยว, ชิมช้อปใช้และงานประมูลภาครัฐฯ: แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์และมี Upside ได้แก่ SEAFCO (แม้ช่วงครึ่งปีหลังของปี 62 คาดรับรู้งานลดลง แต่ยังมี Backlog 2.3 พัน ลบ. คาด Secured Revenue 100% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ บวกกับยังมี Upside Risk จากงานประมูลใหม่อีก 1.9 หมื่น ลบ.), ERW (ช่วงไตรมาส 3/62 กำไรโตเล็กน้อย 3% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน หลังรายได้จากโรงแรมเพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน โดยมองช่วงปลายปียังมีโอกาสฟื้นตัวจากการกลับมาเปิดโรงแรมใหม่ 9 แห่ง อีกทั้งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจาก ครม.และมีสัญญาณฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีน หลังจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง), CPALL (ช่วงไตรมาส 3/62 กำไรโต 8.3% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากยอดขายที่เพิ่มจาก 7-11 กว่า 11,640 สาขา (ก.ย.62) และ MAKRO โดยบริษัทยังคงเป้าขยายสาขาต่อเนื่องให้ถึง 13,000 สาขาในปี 64 , MINT (ช่วงไตรมาส 3/62 กำไรโต 347% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนด้วยกำไรพิเศษจากการขายโรงแรมที่โปรตุเกส บวกกับช่วงไตรมาส 4/62 ทั้งนี้มองฟื้นตัวต่อด้วยธุรกิจโรงแรมและอาหารหลังตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องจากฐานปีก่อนที่ลดลง)

กลุ่มที่คาดผลดำเนินงานมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง: เหมาะกับการทยอยซื้อสะสม โดยเน้นหุ้นที่กำไรช่วงไตรมาส 2/62 คาดโต จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และช่วงครึ่งปีหลังของปี 62 โตต่อ แนะนำ SAWAD (คาดกำไรปี 62 โต 30.8% จากปีก่อน หนุนด้วยเป้าพอร์ตสินเชื่อโต 20-30% และอีก 300 สาขา,  Asset Yield ฟื้นตัวตามสัดส่วนการรับรู้รายได้ผ่านสัญญาเงินกู้ผ่าน BFIT ที่มากขึ้นโดยล่าสุด SAWAD รายงานการถือครองหุ้น BFIT หลัง Tender Offer ที่ 82.04% บวกกับต้นทุนทางการเงินที่ปรับลงหลังได้รับเงินเพิ่มทุนจากพันธมิตร), SELIC (ช่วงไตรมาส 3/62 ทำAll time high ทั้งรายได้และกำไร คาดปี 62 เห็นการ Turnaroundของกำไรหลังเริ่มรวมงบการเงินกับ PMCT ซึ่งคาดเห็น Synergy ชัดเจนขึ้นจากการพัฒนาสินค้าใหม่และการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่), SABINA ช่วงไตรมาส 3/62 กำไรสุทธิโต 11% จากไตรมาสก่อน และ 6% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน หลังอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 54% หลังได้อานิสงส์บาทแข็งค่าเมื่อเทียบหยวนจากการเพิ่มสัดส่วนจ้างโรงงานจีนผลิตสินค้า ขณะที่ไตรมาส 4/62 คาดยอดขายจะเร่งตัวขึ้นผ่านการจัดโปรโมชั่น และการทำการตลาดส่งท้ายปี รวมถึงการรุกขยายช่องทางขายผ่าน Online มากขึ้น คาดเห็นการเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 4/62 ทั้งจากไตรมาสก่อนและจากปีก่อน

หุ้นกลุ่ม ร.พ.ขนาดกลางที่คาดกำไรช่วงครึ่งปีหลังของปี 62 โต เข้าสู่ High Season: PR9 (มองทั้งปี 62 โตต่อ หลังกำไร 9 เดือนแรกของปี 62 โต 10.9% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) บ.ยังมีศักยภาพในการเติบโตหลังแนวโน้มการทำกำไรเร่งตัวขึ้นสะท้อนผ่านEBITDA Margin ช่วง 9 เดือนแรกของปี 62 ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ 17.7% (จาก 17.2% ช่วง9M61) บ.มีแผนการเติบโตที่สดใส เนื่องจาก บ.ถือเป็น Cash Company มีเงินสดต่อหุ้นมากกว่า 2 บ.เตรียมเปิดตึกใหม่ต้นปี 63 เพื่อรองรับลูกค้าได้เพิ่มกว่าเท่าตัวหลังเกิด Over demand ในกลุ่มลูกค้า ICU-CCU (คิดเป็นกว่า 30% ของรายได้)และศูนย์บริการที่ถือเป็นไฮไลท์ใหม่อย่าง Pain Management and Wellness Center ขยายฐานลูกค้าต่างชาติครอบคลุมทั้งจีนและกลุ่มอาเซียน รวมถึงกลุ่มลูกค้าประกันองค์กรและผู้ประกันตนด้วย คาดหนุน บ.มีโอกาส คุ้มทุนได้เร็วกว่าที่ตลาดคาด นอกจากนี้ Consensus ให้ Valuation ที่ถูกสุดเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม  ทั้งในแง่ Forward PE เพียง 23.17X ,P/BV 1.78X และEV/EBITDA 10.23X (อุตฯอยู่ที่ PE 31.40X,P/BV 4.49X และEV/EBITDA 20.32X)

Trading Idea

หุ้นฟื้นตัวไตรมาส 4/62 ต่อเนื่องปี 63: BGC ลุ้นกำไรฟื้นตัวช่วงไตรมาส 4/62 หลังแนวโน้ม Gross margin จะเร่งตัวขึ้นจาก Efficiency rate เตาหลอมแก้วที่ราชบุรีเริ่มดีขึ้น บวกกับเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าเวียดนามกำลังผลิตรวมกว่า 100 MW ตั้งแต่ช่วงต้นปี 63 เป็นต้นไป นอกจากนี้Consensus คาดปันผลปี 63 ให้ Yield กว่า 5.4%

หุ้นที่มีกำไรช่วงไตรมาส 3/62 โตดี และคาดโตต่อเนื่องช่วง 4Q62 บวกกับทั้งปี 62-63 โตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน : MINT, CHG, BCH, RJH, TFG  และ CPF: ช่วงไตรมาส 4/62 คาดกำไรโต 8% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนจากราคาไก่และหมูทั้งไทยและต่างประเทศที่เริ่มฟื้นตัวโดยหลักมาจากทั้งเวียดนามและจีนที่เผชิญกับโรคASF และคาดราคาหมูยังคงทรงตัวต่อเนื่องในปีหน้าจากความเสี่ยงโรคระบาดคาดหนุนกำไรปี 63 โต 15% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน