DDD พึ่งโสม..โด๊ปกำไร

บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD เคยเป็นหุ้นที่ถูกตั้งความหวังไว้ว่า จะเป็นหุ้น Growth Stock (หุ้นเติบโต) ไปพร้อม ๆ กับกระแสครีมหอยทากเฟื่องฟู

สำนักข่าวรัชดา

บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD เคยเป็นหุ้นที่ถูกตั้งความหวังไว้ว่า จะเป็นหุ้น Growth Stock (หุ้นเติบโต) ไปพร้อม ๆ กับกระแสครีมหอยทากเฟื่องฟู

แต่แค่พริบตาเดียว เมื่อกระแสครีมหอยทากเริ่มจางหายไป…DDD ก็เปลี่ยนสถานะไปเป็นหุ้นที่ทำผลงานย่ำแย่แทน

แม้ช่วงหนึ่งจะเอามาดามแป้ง (นวลพรรณ ล่ำซำ) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ รวมถึงหันมาจับตลาดระดับกลาง-ล่าง นำสินค้าไปวางขายผ่านช่องทางร้านเซเว่นฯ แต่ดูเหมือนไม่ได้ช่วยอะไร…

นั่นเป็นเพราะในเชิงการตลาดโจทย์สำคัญที่ DDD ต้องแก้ให้ได้ก่อน คือต้องสลัดภาพแบรนด์ออกจากครีมหอยทากให้ได้ เพราะตราบใดที่แบรนด์ของ DDD ถูกผูกติดอยู่กับคำว่า SNAIL จะทำให้คนนึกถึงแต่ครีมหอยทาก ทำให้มีข้อจำกัดในการทำตลาด

รวมทั้งต้องสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดให้กว้างขึ้น

แม้ก่อนหน้านี้ DDD จะเข้าซื้อแบรนด์อ๊อกซี่เคียว เพื่อหวังขยายตลาดไปสู่เวชสำอาง แต่ก็ยังไม่ค่อยเห็นผลเท่าไร

ขณะที่ตลาดจีนที่ DDD หมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นตลาดส่งออกหลัก ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจีนมีมาตรการตรวจเข้มสินค้าเครื่องสำอางเพิ่มมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าเข้าไปขายในตลาดจีนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

พิสูจน์ได้จากงบการเงินของ DDD ที่ไม่ได้ดีตามชื่อสักเท่าไหร่…

จากปี 2560 เคยมีรายได้รวม 1,684 ล้านบาท กำไรสุทธิ 351 ล้านบาท ปี 2561 รายได้รวมลดลงเหลือ 1,304 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิลดฮวบเหลือ 181 ล้านบาท

ล่าสุดงบไตรมาส 3/62 มีรายได้รวม 192 ล้านบาท ลดลง 26.51% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีรายได้รวม 261 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 2 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุนสุทธิ 674,000 บาท

ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกปีนี้ มีรายได้รวม 557 ล้านบาท ลดลง 43.32% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีรายได้รวม 983 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 174 ล้านบาท

ทำให้จากตลาดจีน DDD ต้องขยับไปที่เกาหลี…หวังพึ่งโสมเกาหลีเพื่อโด๊ปกำไรให้ดีขึ้น

โดยส่งบริษัทลูก บริษัท สกิน เมคสไมล์ จำกัด (SMS) จับมือกับ GP Club Company Limited (GPC) ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวรายใหญ่ของเกาหลี จัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่ชื่อบริษัท เจเอ็มเอส โกลบอล โซลูชัน จำกัด โดย SMS ถือหุ้น 40% และ GPC ถือหุ้น 60%

แน่นอนว่า การจับมือ GPC ครั้งนี้ จะช่วยให้ DDD สามารถบุกตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดเกาหลี และประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย

แต่จะว่าไปการบุกตลาดเกาหลีในถิ่นที่มีสินค้าเครื่องสำอางหลากหลายแบรนด์ครองตลาดอยู่แล้ว คงไม่ใช่เรื่องง่าย…

ก็คงเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของพันธมิตรเกาหลีด้วยว่า จะช่วยโด๊ปกำไรให้กับ DDD ได้อย่างที่หวังไว้หรือไม่..?

เป็นเรื่องที่ต้องจับตากันต่อไป…

ทว่าด้วยกำไรต่อหุ้นของ DDD ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ P/E พุ่งไปเกือบ 1,000 เท่าแล้ว นั่นหมายความว่า หากสถานการณ์กำไรยังไม่ดีขึ้น ราคาจะสูงกว่าปัจจัยพื้นฐานไปหลายเท่าตัว

ก็ต้องลองชั่งใจดูว่า หุ้นตัวนี้ยังมีดีพอที่จะถือต่อหรือไม่..?

ไม่อยากให้ต้องมานั่งฟังเพลงน้ำตาหอยทากให้แสลงใจกันภายหลัง…

…อิ อิ อิ…