KCE ขายทำกำไรฉุดหุ้นร่วง3% โบรกฯชี้กลุ่มอิเล็กฯรับแรงกดดัน หลังเจรจาการค้าเฟสแรกไม่บรรลุ!

KCE ขายทำกำไรฉุดหุ้นร่วง3% โบรกฯชี้กลุ่มอิเล็กฯรับแรงกดดัน หลังเจรจาการค้าเฟสแรกไม่บรรลุ!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ปิดภาคเช้าวันนี้(4ธ.ค.62) อยู่ที่ระดับ 18.60 บาท ลบ 0.60 บาท หรือ 3.12% ด้วยมูลค่าซื้อขาย  156.07 ล้านบาท

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ระบุว่า ความคาดหวังต่อการบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกดับวูบ ประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งสัญญาณไม่เร่งรีบที่จะผลักดันข้อตกลงการค้ากับจีนพร้อมเผยว่าสามารถรอจนถึงหลังจบการเลือกตั้งในปีหน้าได้ ส่งผลให้นักลงทุนตอบสนองในเชิงลบทันทีผ่านแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและการดีดตัวขึ้นของราคาทองคำ การที่สหรัฐฯ ไม่รีบร้อนเจรจาและอาจรอถึงการเลือกตั้งประธานาธิปดี แสดงถึงอำนาจต่อรองและความได้เปรียบในการเจรจาของจีน ทำให้เราประเมินสหรัฐฯ ไม่น่าจะเพิ่มความรุนแรงของการทำสงคราม โดยเฉพาะภาวะที่เศรษฐกิจยังเปราะบาง

ทั้งนี้ ประเมินว่าตราบใดที่ตลาดยังไม่มีสัญญาณใหม่จากทางฝั่งทรัมป์หรือจีน ตลาดหุ้นโลกจะยังคงซึมต่อเนื่องก่อนเลือกทางอีกครั้งหลังการขึ้นภาษีนำเข้ารอบต่อไปที่มีกำหนดการในวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งหากเห็นการเลื่อนเก็บภาษี แรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงจะผ่อนคลายลง แต่หากสหรัฐฯ ยังเดินหน้าเก็บภาษี จะมีผลให้เกิดการทบทวนผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2563

น้ำมันรอเลือกทางหลังประชุมโอเปกวันที่ 5-6 ธ.ค. แม้เป็นเรื่องยากต่อการคาดการณ์ผลประชุมโอเปกจากข้อมูลทั้งเชิงบวกและลบที่ออกมาในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับ ประเด็นสงครามการค้าล่าสุดที่ออกมากดดันตลาดอีกครั้ง ทำให้ทิศทางราคาน้ำมันยังค่อนข้างอึดอัดเช่นเดียวกับตลาดหุ้น ทั้งนี้แม้โอเปกจะ surprise ตลาดผ่านการลดกำลังการผลิตเพิ่ม แต่หากทรัมป์เดินหน้าสงครามการค้าต่อ อัพไซด์ราคาน้ำมันยังคงมองจำกัดในปีหน้า

ระวังแรงทำกำไรในกลุ่ม Glocal-Cyclical Plays ที่ราคาปรับขึ้นมาในช่วงก่อนหน้า. ความคาดหวังประเด็น Trade deal ที่ลดลงอาจกระตุ้นให้เกิดแรงทำกำไรหุ้นในกลุ่ม Global-Cyclical plays ที่ถูกดันขึ้นมาในช่วงก่อนหน้า (โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น KCE HANA DELTA ที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นจาก sentiment เรื่อง trade deal เป็นหลัก) ระยะสั้น ด้วยผลเจรจาการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และหมุนกลับเข้าพักในหุ้นกลุ่มปลอดภัย-ปันผลสูง

เน้นกลยุทธ์เชิงตั้งรับ ทยอยซื้อเมื่ออ่อนตัว ระยะสั้น เราประเมินตลาดมีความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น หุ้นกลุ่ม Global-Cyclical Plays อาทิ พลังงาน ปิโตรฯ ธนาคาร อิเล็กฯ ส่งออก มีแนวโน้ม underperform ตลาด ขณะที่ หุ้นกลุ่ม Defensive-Domestic Plays มีโอกาสถูกหยิบกลับมาเล่นใหม่ แนะเก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม โรงไฟฟ้า โรงพยาบาล สื่อสาร ค้าปลีก เป็นหลัก กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่

คำค้น