สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 10 ม.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 10 ม.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร และตลาดถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนธ.ค.ที่ต่ำกว่าคาด แต่ดัชนีหุ้นสหรัฐก็ยังคงสามารถปิดตลาดในแดนบวกได้ในรอบสัปดาห์นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,823.77 จุด ลดลง 133.13 จุด หรือ -0.46%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,265.35 จุด ลดลง 9.35 จุด หรือ -0.29% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,178.86 จุด ลดลง 24.57 จุด หรือ -0.27%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไรหลังจากตลาดบวกขึ้น 3 วันติดต่อกัน และนักลงทุนผิดหวังที่สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค.ต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลกับการที่สหรัฐประกาศคว่ำบาตรครั้งใหม่กับอิหร่านด้วย

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.12% ปิดที่ 419.14 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,037.11 จุด ลดลง 5.44 จุด หรือ -0.09%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,483.31 จุด ลดลง 11.75 จุด หรือ -0.09% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,587.85 จุด ลดลง 10.27 จุด หรือ -0.14%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อวันศุกร์ (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไรหลังจากตลาดบวกขึ้นในช่วงเช้า และหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงโดยได้รับผลกระทบจากความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษที่สนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกับการที่สหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่กับอิหร่านด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,587.85 จุด ลดลง 10.27 จุด หรือ -0.14%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อวันศุกร์ (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขายสัญญาน้ำมันออกมาหลังคลายความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันทั่วโลก นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่พุ่งขึ้นสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 52 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 59.04 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 39 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 64.98 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากวิตกเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาด

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 5.8 ดอลลาร์ หรือ 0.37% ปิดที่ 1,560.1 ดอลลาร์/ออนซ์ และในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาทองคำ ปรับตัวขึ้นราว 0.5%

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 16.9 เซนต์ หรือ 0.94% ปิดที่ 18.105  ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 14 ดอลลาร์ หรือ 1.44% ปิดที่ 986 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 12.50 ดอลลาร์ หรือ 0.6% ปิดที่ 2,072.90 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายดอลลาร์หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค.ต่ำกว่าคาด

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.09% สู่ระดับ 97.3620 เมื่อคืนนี้

ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1123 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1104 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าสู่ระดับ 1.3063 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3058 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.6911 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6852 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9726 ฟรังก์ จากระดับ 0.9730 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3058 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3080 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.52 เยน จากระดับ 109.50 เยน