รัฐบาล(เฮง)ซวยเกินคาด

#รัฐบาลเฮงซวยขึ้นอันดับหนึ่งทวิตเตอร์ แทนคำอวยชัยให้พรวันชิวอิก ด้วยความไม่พอใจไม่มั่นใจประสิทธิภาพ การจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 และไวรัสโคโรน่า

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

#รัฐบาลเฮงซวยขึ้นอันดับหนึ่งทวิตเตอร์ แทนคำอวยชัยให้พรวันชิวอิก ด้วยความไม่พอใจไม่มั่นใจประสิทธิภาพ การจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 และไวรัสโคโรน่า

ไม่เพียงการแก้ปัญหาที่ถูกมองว่าลูบหน้าปะจมูก รัฐบาลยังมี “ปัญหาท่าที” ในการสื่อสารกับประชาชน กล่าวคือชาวบ้านทุกข์ร้อนเป็นกังวล รัฐบาลกลับไม่ค่อยอนาทรร้อนใจ ลุงยังทนไหวอย่าตกอกตกใจจนกระทบเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ซ้ำร้าย ยังต่อปากต่อคำ เช่นเมื่อเกิดข้อกังขาเรื่องคัดกรองผู้โดยสารจากจีน รัฐมนตรีก็สวนชาวเน็ต ยกเลิกไฟลต์แล้ว จะตั้งเครื่องตรวจหาสวรรค์วิมานอะไร

เมื่อรวมประเด็นอื่น ๆ เช่นนโยบายชิมช้อปใช้อินเตอร์ แจกเงินนักท่องเที่ยวชดเชยบาทแข็ง ซึ่งในความรู้สึกชาวบ้าน ช่างงี่เง่าเสียกระไร ปัญหา ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเป็นโมฆะหรือไม่  ก็ทำให้เกิดความไม่เชื่อถือ ไม่มั่นใจ เพราะเป็นปัญหาที่ฝ่ายรัฐบาลทำตัวเอง และแฉกันเอง

แล้วยังพยายามแถเอาตัวรอด วิษณุ เครืองาม อ้างว่าบรรทัดฐานในอดีตไม่เหมือนปัจจุบัน ทำให้ศรีธนญชัยถูกโห่ลั่น ล่าสุด ก็อ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 143 สภาต้องพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ให้แล้วเสร็จใน 105 วันไม่เช่นนั้นถือว่าสภาเห็นชอบ ใช้งบได้ทันที ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่คาดว่าจะวิบัติ

ผิดอีกละครับ นักกฎหมายหลายรายชี้ตรงกันว่า มาตรา 143 ใช้ในกรณีที่สภาเตะถ่วง แต่นี่สภาผ่านงบตามกำหนด แต่เกิดปัญหาทางกฎหมาย ถ้าศาลวินิจฉัยเป็นโมฆะ รัฐบาลจะอ้างว่าเกิน 105 วัน ประกาศใช้งบเลย ได้อย่างไร

 เอาเถอะ เชื่อว่ารัฐบาลหาทางออกจนได้ รอฟังศาลวินิจฉัยก่อน แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร สิ่งที่เสียหายคือความเชื่อมั่นเชื่อถือ ซึ่งลามจากภูมิใจไทยไปถึงพลังประชารัฐ ถูกสื่อซักจนเผ่นลงจากโพเดียม

นี่รัฐบาลทำตัวเองทั้งนั้น ฝ่ายค้านไม่เกี่ยวเลย ไม่ต้องซ้ำเติม ประชาชนก็ส่ายหน้าอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นอย่างที่ภาคธุรกิจครวญว่า อย่าเล่นการเมืองจนชาติพัง

จะต่อว่าจอมแฉ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ก็ไม่ได้ การเมืองต้องเล่นบนความถูกต้องชอบธรรม ส.ส.ไม่อยู่ในสภา แต่มีคนเสียบบัตรโหวตให้ จะปล่อยผ่านได้อย่างไร ก็ต้องเอามาแฉกัน

ย่างเข้าปีหนูไม่ถึงเดือน รัฐบาลก็โดน #เฮงซวย รัฐมนตรี สมองหนู นับว่าผิดคาดจากที่เคยวิเคราะห์ไว้ คือคิดว่าจะแย่ แต่คาดไม่ถึงว่าทำตัวเองได้เพียงนี้

นิด้าโพลสนับสนุนให้ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งคณะ ชาวสวนยางตั้งม็อบ บุกบ้าน ส.ส.พปชร.ปชป.ทวงนโยบายกิโลละ 65, 60 บาท

ขนาดคนทำงานให้รัฐบาลก็ไม่มีความมั่นคง รอง ผบ.ตร.ถูกเด้ง 2 คนซ้อน นายกฯ ออกคำสั่งเตือน “บิ๊กโจ๊ก” ทำให้ประชาชนงุนงง คาดการณ์กันไปต่าง ๆ ว่ามีเหตุขัดแย้งอันลึกลับ

ก็อย่างที่เคยสรุปไว้ รัฐบาลประยุทธ์ได้อำนาจโดยไม่ชอบธรรม ได้เป็นนายกฯ จากการตั้ง 250 ส.ว.มาโหวตตัวเอง ได้ ส.ส.เกินกึ่งจากสูตรคำนวณปัดเศษคน แต่ความที่อำนาจอนุรักษนิยมเป็นปึกแผ่น คุมทั้งปืนทั้งกฎหมาย ใครก็โค่นไม่ได้ เว้นแต่จะมี “อุบัติเหตุ” สะดุดขาตัวเอง

ตั้งแต่เป็นรัฐบาลก็เต็มไปด้วยอุบัติเหตุ ทำตัวเอง ใครจะคิดถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ รัฐมนตรีถูกแฉเคยติดคุกต่างแดน เอ๋ ปารีณา กลายเป็นสายล่อฟ้า “สองมาตรฐาน”

ปัญหาเสียบบัตรแทนกัน ยังจะตามมาด้วยการเมืองเรื่อง ปชป. Vs ภูมิใจไทย ไวรัสโคโรน่า ก็จะทำให้ทัวร์จีนหายเกือบ 2 ล้าน

รัฐบาลนี้เปลี่ยนไม่ได้ ลาออกก็เปลี่ยนพรรคร่วมไม่ได้ ยุบสภาก็ต้องแก้ระบบเลือกตั้งก่อน แต่อยู่ไปอย่างนี้แล้วเกิดอุบัติเหตุเรื่อย ๆ จะลงเอยอย่างไร