
โบรกชู PTTGC เด่น หลังกำไร Q1 โตกว่าคาด 12% รับโรงกลั่น-โอเลฟินส์ฟื้น
"บล.ลิเบอเรเตอร์" ชี้ PTTGC กำไรไตรมาส 1/26 แกร่งทะลุคาดกวาด 3.2 พันล้าน รับโรงกลั่น-อะโรเมติกส์ฟื้นตัวเด่น ประเมินไตรมาส 2 โอเลฟินส์โตต่อ
บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางผลการดำเนินงานของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ว่า กำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 ออกมาอยู่ที่ 3,232 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 12% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและอะโรเมติกส์ที่มีทิศทางดีขึ้น รวมถึงมีรายการพิเศษเข้ามาสนับสนุนเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การสร้างกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ (Asset Monetization) แม้จะช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินงาน แต่ยังคงมีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ตามมา
เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มธุรกิจ พบว่า กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นทำกำไรสูงสุดในไตรมาสนี้ หลังจากกลับมาผลิตตามปกติ ส่งผลให้กำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 103% จากระดับ 55% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ที่มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน ประกอบกับปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น 11 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น 11.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิดคิดเป็นสัดส่วน 60-70% ของการผลิต ขณะเดียวกันบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนส่วนเพิ่มของน้ำมันดิบ (Crude Premium) อย่างเต็มที่ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการกลั่น (GRM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 16.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จาก 7.9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ด้านกลุ่มธุรกิจอะโรเมติกส์ มีการใช้กำลังการผลิตกลับสู่ภาวะปกติที่ 87% หลังจากหยุดซ่อมบำรุงตามแผนในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ส่วนต่างราคาทั้ง BZ และ PX รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์พลอยได้ (By-product) อย่าง Condensate Residual ปรับตัวดีขึ้นจากการนำไปผลิตดีเซลที่มากกว่าคาด ส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (P2F) เพิ่มขึ้นเป็น 276 เหรียญสหรัฐต่อตัน จาก 193 เหรียญสหรัฐต่อตัน เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ส่วนกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์ แม้ราคาขายจะปรับเพิ่มขึ้น แต่จากความเหลื่อมของเวลา 1 เดือน ทำให้ยังไม่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ปรับขึ้นอย่างเต็มที่ แต่ได้รับผลบวกจากการปรับสูตรราคาต้นทุนก๊าซกลับสู่ระดับปกติ ทำให้ต้นทุนลดลง 3% และไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ 225 ล้านบาทในการปรับราคาอย่างในไตรมาส 4/2568 โดยยังคงรักษาสัดส่วนการใช้อีเทนไว้ที่ 45% ขณะที่ผลการดำเนินงานของ Allnex ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากปัจจัยด้านฤดูกาลที่ส่งผลให้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แตะระดับ 200,000 ตัน ส่งผลให้ EBITDA ปรับตัวดีขึ้นตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/2569 คาดว่ากลุ่มโรงกลั่นอาจย่อตัวลงตามส่วนต่างราคาที่ลดลงและต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น แต่จะได้รับแรงหนุนจากกลุ่มโอเลฟินส์ที่จะเข้ามาช่วยชดเชย เนื่องจากราคาขายที่มีความเหลื่อมของเวลาจะเริ่มส่งผลบวกต่อการดำเนินงาน ขณะที่ต้นทุนยังคงมีสัดส่วนอีเทนเข้ามาช่วยรักษาความได้เปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าการฟื้นตัวของส่วนต่างราคากลุ่มโอเลฟินส์ในช่วงที่เหลือของปีจะสามารถชดเชยต้นทุนที่เร่งตัวขึ้นของโรงกลั่นได้หรือไม่
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงแนะนำให้เก็งกำไรตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องการเจรจาร่วมทุนกับ SCGC คาดว่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ปรับตัวดีขึ้น โดยปัจจุบันมูลค่าหุ้น (Valuation) ของ PTTGC ถือว่าไม่แพง โดยซื้อขายบนอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชี (P/B) ปี 2569 ประเมินที่ระดับเพียง 0.6 เท่า ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 (TP 26E) ที่ 35.92 บาท
