GFPT มองยาวไปปี 64

มีการประเมินว่า แนวโน้มระยะยาวของบริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT โดยเฉพาะในปี 2564 ยังไปได้ดี! มีการคาดว่ากำไรจะเติบโตราว 1.11 พันล้านบาท


คุณค่าบริษัท

มีการประเมินว่า แนวโน้มระยะยาวของบริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT โดยเฉพาะในปี 2564 ยังไปได้ดี! มีการคาดว่ากำไรจะเติบโตราว 1.11 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการใช้เครื่องจักรใหม่ 5 ตัวในการผลิตไก่ปรุงสุกได้เต็มที่ (ซึ่งคาดติดตั้งเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2563) ทั้งนี้เครื่องจักรใหม่จะทำให้กำลังการผลิตไก่ปรุงสุกเพิ่มขึ้น 68% (เพิ่มเป็น 3,700 ตันต่อเดือน จาก 2,200 ตันต่อเดือน)

ทั้งนี้ให้สมมติฐานรายได้ปี 2564 เติบโตเพิ่มขึ้น 5% และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 13.9%

แม้ว่ามีการประเมินกำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากไตรมาส 1 เป็น Low season ของธุรกิจ ขณะที่ฐานส่งออกไตรมาส 1/2562 ไปจีนสูงมาก ทำให้ปริมาณส่งออกไตรมาส 1/2563 คาดว่าจะลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน

ส่วนในช่วงไตรมาส 2/2563 คาดว่าการส่งออกไปญี่ปุ่นและยุโรปจะน้อยลงเพราะมีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เป็นวงกว้าง ส่วนปริมาณการขาย By Product ในประเทศน่าจะชะลอตัวลงตั้งแต่เดือน มี.ค.63 เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นเร็ว ส่วนราคาไก่ในประเทศก็มีความเสี่ยงว่าอาจจะอ่อนตัวลงเมื่ออุปทานในประเทศสูงขึ้นเพราะส่งออกได้น้อยลง

ดังนั้นในปี 2563 บริษัทอยู่ในช่วงปรับปรุงสายการผลิตปรุงสุก โดยหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ในปี 2562 บริษัทก็มีแผนทยอยปรับเปลี่ยนเครื่องจักรสายการผลิตปรุงสุกทั้งหมดซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2563 (ในช่วงแรกเปลี่ยน 2 สายการผลิตที่ไฟไหม้ให้ผลิตได้ก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนอีก 3 ตัวที่เหลือ)

อีกทั้งนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์รายได้ มาร์จิ้น และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมปี 2563 ลง เนื่องจากปริมาณส่งออกไก่อาจจะชะลอตัวมากกว่าคาด ปริมาณขายอาหารสัตว์น้อยลงจากการเลี้ยงที่ต่ำลงตามสภาวะเศรษฐกิจซบเซา สัดส่วนการขายไก่สดมากขึ้นหลังปรับปรุงสายการผลิตไก่ปรุงสุก ใน Base case ปรับรายได้จากเดิมเติบโต 0% เป็น -3% ปรับอัตรากำไรขั้นต้นจาก 13.20% เป็น 13.05% รวมทั้งลดส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลงเป็น 202 ล้านบาท (เดิม 283 ล้านบาท) ซึ่งจะทำให้กำไรปี 2563 ลดลงเป็น 908 ล้านบาท (ลดลง 24% จากงวดเดียวกันของปีก่อน)

วิเคราะห์ความอ่อนไหว กรณี Worse case ถ้ายอดขายปี 2563 ลดลง 5% และอัตรากำไรขั้นต้นลงเหลือ 12.85% พบว่ากำไรจะลดลง 28% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็น 868 ล้านบาท ซึ่งกรณีนี้ราคาพื้นฐานจะเหลือ 10.40 บาท

อย่างไรก็ตามบล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะนำ “ถือ” แต่ปรับลดราคาพื้นฐานเป็น 10.90 บาท อิงกับ Core P/E ปี 2563 ที่ 15 เท่า (เดิม 12.40 บาท)

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 71,291,409 หุ้น 5.69%
  2. นายพิษณุ ศิริมงคลเกษม 60,000,000 หุ้น 4.79%
  3. นายวงศกร ศิริมงคลเกษม 60,000,000 หุ้น 4.79%
  4. นายสุจิน ศิริมงคลเกษม 59,901,080 หุ้น 4.78%
  5. NICHIREI FOODS INC. 56,716,050 หุ้น 4.52%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายประสิทธิ์ ศิริมงคลเกษม ประธานกรรมการ
  2. นายอนันต์ ศิริมงคลเกษม ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการ
  3. นายวิรัช ศิริมงคลเกษม รองประธานกรรมการ, กรรมการผู้จัดการ
  4. นางสมสิริ อิงโพธิ์ชัย กรรมการ
  5. น.ส.วรรณี ศิริมงคลเกษม กรรมการ

Back to top button