GFPT ส่งซิก Q2 ฟื้น รับออเดอร์ยุโรป-อังกฤษ ลุยโรงเชือดใหม่ หนุนผลิต 3 แสนตัว

GFPT ลุ้นไตรมาส 2/69 รายได้ฟื้น รับออเดอร์ส่งออกยุโรป-อังกฤษขยับทั้งปริมาณและราคา คงเป้ารายได้ปีนี้โต 2-3% พร้อมวางงบลงทุน 1,000-1,200 ล้านบาท เดินหน้าก่อสร้างโรงเชือดไก่แห่งใหม่ คาดแล้วเสร็จปลายปีนี้ หนุนกำลังผลิตเพิ่มแตะ 300,000 ตัวต่อวัน รองรับการเติบโตระยะยาว


นายวีระ ธิตยางกรุวงศ์ ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT ปิดเผยข้อมูลภาพรวมการดำเนินธุรกิจผ่านงาน Opportunity Day ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 4,267.84 ล้านบาท ลดลง 8.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานรายได้ปี 2568 อยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษ โดยกลุ่มธุรกิจที่ลดลงมากที่สุดคือธุรกิจอาหาร หรือไก่แปรรูปลดลงราว 14% จากปริมาณส่งออกที่ลดลง โดยเฉพาะตลาดจีน หลังบริษัทไม่ได้ส่งออกสินค้าไปจีนตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน ขณะที่ธุรกิจฟาร์มและธุรกิจอาหารสัตว์ลดลงเล็กน้อยราว 2-3% ส่งผลให้กำไรไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 517 ล้านบาท ลดลง 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ด้านโครงสร้างรายได้ของบริษัทในปีที่ผ่านมา มาจากธุรกิจ Food ประมาณ 48% ธุรกิจ Farm ประมาณ 35% และธุรกิจ Feed ประมาณ 17% โดยรายได้จากการส่งออกคิดเป็นประมาณ 23% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้ส่วนใหญ่ยังเป็นเงินบาท และมีสัดส่วนรายได้สกุลดอลลาร์สหรัฐราว 20% ทั้งนี้บริษัทมีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งด้านนำเข้าและส่งออก ทำให้ผลกระทบจากค่าเงินในแต่ละไตรมาสยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

สำหรับสถานะในอุตสาหกรรม GFPT มีสัดส่วนการส่งออกเป็นอันดับ 2 ของไทย คิดเป็นประมาณ 12% ของการส่งออกไก่ไทย ขณะที่ด้านการผลิตอยู่ในลำดับ 6-7 ของประเทศ โดยตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ ยุโรป สิงคโปร์ และมาเลเซีย ส่วนตลาดจีนมีสัดส่วนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากจีนเริ่มกลับมาผลิตและส่งออกมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการนำเข้าลดลง

ทั้งนี้สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของกลุ่มบริษัทเป็นไก่แปรรูปปรุงสุกประมาณ 86% ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าไก่สดแช่แข็ง ขณะที่ไก่สดแช่แข็งส่วนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์ รวมถึงบางตลาดที่ยังมีความต้องการสินค้าในกลุ่มดังกล่าว

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 บริษัทประเมินว่าผลการดำเนินงานน่าจะใกล้เคียงกับไตรมาส 1/2569 โดยรายได้รวมมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นจากคำสั่งซื้อส่งออกที่เริ่มฟื้น โดยเฉพาะตลาดยุโรปและอังกฤษ ทั้งในด้านปริมาณและราคา อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรอาจไม่แตกต่างจากไตรมาสแรกมากนัก

ทั้งนี้ GFPT ยังคงเป้าหมายปี 2569 โดยคาดว่ารายได้รวมจะเติบโต 2-3% จากปีก่อน และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 15-16% ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายคาดอยู่ที่ 7.5-8% ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 1.5-2.5% และอัตราภาษีอยู่ที่ 10-15% ส่วนงบลงทุนปีนี้วางไว้ประมาณ 1,000-1,200 ล้านบาท

ด้านแผนลงทุนบริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงเชือดไก่แห่งใหม่ที่จังหวัดชลบุรี คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2569 และเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นปี 2570 โดยเมื่อเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต จะช่วยเพิ่มกำลังการเชือดไก่จาก 150,000 ตัวต่อวัน เป็น 300,000 ตัวต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขยายโรงงานแปรรูปไก่ครบวงจรเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับส่งออกอีกราว 30,000 ตันต่อปี

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมไก่ไทย บริษัทมองว่าปี 2569 อาจเป็นปีที่การส่งออกไม่ได้เติบโตโดดเด่นมากนัก หลังช่วง 2-4 เดือนที่ผ่านมาอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม ต้นทุนน้ำมัน และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาวัตถุดิบหลักอย่างข้าวโพดและกากถั่วเหลืองมีแนวโน้มปรับขึ้น โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น

ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง บริษัทระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากไม่มีการส่งออกไปยังตะวันออกกลางและสหรัฐฯ รวมถึงไม่ได้มีการนำเข้าวัตถุดิบหลักจากภูมิภาคดังกล่าว โดยการนำเข้ากากถั่วเหลืองส่วนใหญ่มาจากบราซิลและอเมริกาใต้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางอ้อมอาจเกิดขึ้นผ่านราคาน้ำมันและค่าขนส่งในบางเส้นทาง

สำหรับประเด็นการซื้อหุ้นคืน บริษัทระบุว่ายังไม่มีแผนชัดเจนในขณะนี้ แต่มีการศึกษาความเป็นไปได้ในช่วงที่ราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำ ส่วนเงินปันผลยังมีแนวโน้มจ่ายในระดับใกล้เคียงเดิม เนื่องจากบริษัทยังอยู่ระหว่างการขยายธุรกิจ และจำเป็นต้องสำรองเงินทุนเพื่อใช้ในการลงทุน รวมถึงรักษาสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนในบริษัท

Company Snapshot

Back to top button