พาราสาวะถี

ไล่จัดระเบียบ ออกมาตรการตามหลังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มันจึงเป็นเรื่องเหนื่อยหน่ายสำหรับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ต้องถามว่าท้อไหม เพราะมันผิดตั้งแต่คิดเดินต่อหลังจากพ้นสภาพความเป็นหัวหน้าคสช.มาแล้ว หากตอนนั้นเลือกส่งไม้ต่อให้นักการเมืองอาชีพแล้วตัวเองหันหลังกลับบ้านไปพักผ่อน คงไม่ต้องมานั่งอมทุกข์แบบนี้ แต่เมื่อเลือกที่จะเดินบนถนนสายการเมืองแล้วเจอกับวิกฤติที่คาดไม่ถึง ก็ต้องแก้กันไปตามหนทางที่คิดว่าใช่ คิดว่า (ไม่) โดน(ด่า)

อรชุน

ไล่จัดระเบียบ ออกมาตรการตามหลังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มันจึงเป็นเรื่องเหนื่อยหน่ายสำหรับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ต้องถามว่าท้อไหม เพราะมันผิดตั้งแต่คิดเดินต่อหลังจากพ้นสภาพความเป็นหัวหน้าคสช.มาแล้ว หากตอนนั้นเลือกส่งไม้ต่อให้นักการเมืองอาชีพแล้วตัวเองหันหลังกลับบ้านไปพักผ่อน คงไม่ต้องมานั่งอมทุกข์แบบนี้ แต่เมื่อเลือกที่จะเดินบนถนนสายการเมืองแล้วเจอกับวิกฤติที่คาดไม่ถึง ก็ต้องแก้กันไปตามหนทางที่คิดว่าใช่ คิดว่า (ไม่) โดน(ด่า)

ผ่านมาครบ 1 สัปดาห์พอดิบพอดีกับการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถามว่าเอาอยู่หรือไม่สำหรับการระบาดของโควิด-19 ดูจากตัวเลขรายวันทั้งผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิต บอกได้คำเดียวว่ายังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง ไม่ต้องถามถึงความทุ่มเทในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทุกคนทุกฝ่ายระดมสรรพกำลังรับมือกันอย่างเต็มที่ ถ้าคำถามข้างต้นว่าคนที่เป็นผู้นำประเทศท้อไม่ได้ ต้องบอกว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งหลายยิ่งหนักกว่านั้นหลายเท่า

นอกจากไม่ท้อแล้ว ยังต้องคอยมาแก้ปัญหาอื่นอันกระทบต่อการทำงานเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและรักษา อย่างที่ไม่ควรจะให้เกิดอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้ากากอนามัย อุปกรณ์ป้องกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดเหล่านี้ อาจมีข้อแก้ตัวที่ว่า เป็นภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นทั่วโลก จึงทำให้สิ่งของ เวชภัณฑ์ที่จำเป็นขาดแคลนไปด้วย แต่การแก้ต่างแบบนี้จะไม่เกิดหากผู้บริหารเหล่านั้นเป็นมืออาชีพ เพราะจะรีบหาหนทางในการแก้ไขทันที

ดีไปกว่านั้นคือ การเตรียมพร้อมล่วงหน้า เพราะอ่านสถานการณ์กันได้ ในเมื่อไม่ได้ทำหรือดำเนินการล่าช้า ก็อย่าไปเที่ยวสกัดกั้นไม่ให้มีการขอรับบริจาคของบุคลากรทางการแพทย์ในสถานพยาบาลต่าง ๆ เพราะสิ่งเหล่านั้นมันคือข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น อย่าให้ผู้เสียสละทั้งหลายต้องผจญความเสี่ยงโดยลำพัง ประชาชน คนที่มีกำลังหรือไม่มีแต่ก็พร้อมที่จะช่วยกันเสาะแสวงหา ควรที่จะมีช่องทางในการบริจาคกันอย่างกว้างขวาง

ไม่จำเป็นต้องไปรวมไว้ที่ฝ่ายกุมอำนาจเพียงจุดเดียว เพื่อที่จะสร้างภาพ กว่ากระบวนการกระจายสิ่งของจะส่งไปถึงมือนักรบชุดขาวเหล่านั้น มันจะล่าช้าไม่ทันการณ์ บางเรื่องไม่จำเป็นต้องหวังผลทางการเมืองก็ได้ ส่วนเหตุที่บอกว่าล่าช้านั้น จะเห็นได้ว่าท่านผู้นำเพิ่งสั่งในที่ประชุมครม.เมื่อวันวานให้ให้กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ยกเว้นภาษีอากรนำเข้าหน้ากากอนามัย เครื่องมือทางการแพทย์ อุปกรณ์ชุดตรวจหาไวรัสโควิด–19 และยาเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการใช้รักษาเชื้อไวรัสโควิด–19

ทั้งที่คำสั่งหรือมาตรการเช่นนี้ ควรที่จะคลอดมาตั้งนานแล้ว คงไม่ต่างกันกับกรณีของไข่ไก่ที่ท่านผู้นำก็เพิ่งสั่งในวันเดียวกันว่า ให้กระทรวงพาณิชย์เข้มงวดในการคุมราคาสินค้าไข่ไก่ตั้งแต่หน้าฟาร์มและพ่อค้าคนกลางมากกว่าการไปไล่เอาผิดผู้ค้าปลีก รวมถึงให้งดการส่งออกไข่ไก่ไปต่างประเทศในระยะนี้ ซึ่งกรณีนี้ก็เคยสะกิดมาก่อนหน้านั้นแล้วว่า ต้องดูทั้งระบบ ลำพังการไปไล่จับพวกปลาซิวปลาสร้อย ไม่ได้แก้ไขปัญหาให้หมดไป

ความจริงเรื่องนี้ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ยี่ปั๊วไข่ไก่ 4-5 จังหวัดภาคกลางถึงขั้นประกาศไม่ไปรับไข่จากฟาร์มมาขายกันเลยทีเดียว เพราะถูกโขกราคากันตั้งแต่หน้าฟาร์ม จะอ้างเหตุผลว่าหน้าร้อน ไก่เครียด ไม่ออกไข่ มันก็ดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ เพราะเรื่องสภาพอากาศมันไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น หากแต่เป็นผลจากความต้องการของประชาชนที่ต้องการซื้อเพื่อรองรับมาตรการอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติของรัฐบาลมากกว่า จึงเกิดการขูดเลือดขูดเนื้อคนส่วนใหญ่ในยามยาก

ยิ่งได้ฟัง วิษณุ เครืองาม ที่เวลานี้ได้กลายร่างเป็นผู้รู้ทุกเรื่อง พูดครอบจักรวาล บอกว่าอีกไม่กี่วันจะเกิดภาวะไข่ไก่ล้นตลาด มันยิ่งสวนทางกับผู้ประกอบการที่อ้างว่าไข่กำลังจะขาดตลาดอย่างสิ้นเชิง ตัวเลขและข้อมูลที่ไม่ตรงกันเช่นนี้ มันต้องมีการชี้แจงให้เข้าใจที่ถูกต้องและกระจ่างชัด สุดท้ายมันจะกลายเป็นการมาแก้ตัวเมื่อยามเกิดปัญหาเหมือนกรณีสต๊อกหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น ที่วันนี้แก้ต่างกันอย่างไรก็ทำให้สังคมเชื่อถือได้ยาก

หากจะขุดคุ้ยมาประจานก็หาว่าซ้ำเติมกันในจังหวะที่ผู้มีอำนาจและคณะกำลังเร่งรีบแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ ก็คงต้องปล่อยให้ได้แก้ไขปัญหากันให้สำเร็จ เพราะหากทำไม่ได้ เชื่อว่าคงจะมีชุดข้อมูลอีกจำนวนไม่น้อยที่จะออกมาแฉความมักได้ของพวกที่แสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชน ส่วนคำขู่ของท่านผู้นำที่บอกว่า มาตรการที่ออกมาตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินหากยังได้รับความร่วมมือไม่มากพอก็จะเพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้นมานั้น คนส่วนใหญ่ไม่มีใครตื่นเต้นแม้แต่น้อย

นั่นเป็นเพราะทุกคนต่างรับรู้และเข้าใจถึงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เป็นอย่างดี ที่ย้ำแล้วย้ำอีกคือ เสียงส่วนใหญ่อยากเห็นมาตรการที่เข้มข้นเด็ดขาดประเภทเจ็บแต่จบ ไม่ต้องมากั๊กแล้วทยอยทำทีละอย่างสองอย่างจนถูกมองว่าเป็นการแก้เกมไล่หลังปัญหา ดังนั้น ไม่ว่าจะมีการล็อกดาวน์ ปิดเมือง ปิดประเทศหรืออย่างไรก็แล้วแต่ ประชาชนเกือบทั้งหมดเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ขอแค่รัฐบาลกล้าทำและมีมาตรการรองรับ ช่วยเหลือให้สมน้ำสมเนื้อก็พอ

เหตุผลอย่างหลังนี่แหละ ที่มันทำให้ฝ่ายกุมอำนาจยังเกิดภาวะห่วงหน้าพะวงหลัง นาทีนี้ไม่ต้องไปห่วงถึงเรื่องอื่น ๆ กันแล้ว ทำอย่างไรให้การแพร่ระบาดลดลง จัดการอย่างไรให้ประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคมและอยู่กับบ้านกันให้หมด คิดกันให้ตกจัดการกันเสียให้เด็ดขาด ซึ่งจะว่าไปเวลานี้สิ่งที่ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดได้สั่งการไปนั้นดูเหมือนจะเข้มข้น เฉียบขาด แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถควบคุมได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ตรงนี้เองที่ฝ่ายบริหารจะต้องไปเติมเต็มตอบโจทย์ให้มาตรการทุกอย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่ควรจะเป็น

ส่วนเรื่องที่ไม่ควรจะต้องให้มาเสียรังวัดกับรัฐบาลโดยใช่เหตุ อย่างกรณีกระทรวงกลาโหมเสนอครม.ให้กองทัพเรือดำเนินการโครงการจัดหาเรือยกพลขึ้นบกจากจีนมูลค่า 6,100 ล้านบาท ก็ต้องอย่ามี พอได้ฟังโฆษกรัฐบาลชี้แจง โฆษกกองทัพเรืออธิบาย และการดึงเรื่องพ้นไปจากวาระแบบดื้อ ๆ กลายเป็นการพูดคนละเรื่องเข้าใจคนละความหมายไปเสียฉิบ หากท่านผู้นำต้องการคำตอบว่าทำไมคนจึงไม่เชื่อถือ ศรัทธาเหมือนตอนยึดอำนาจมาใหม่ ๆ กรณีนี้น่าจะเป็นคำตอบให้ได้บ้าง