โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” GPSC ฟันธงกำไรปีนี้โตเด่น ชูแหล่งพักเงินช่วงตลาดผันผวน

โบรกฯ เชียร์ "ซื้อ" GPSC ฟันธงกำไรปีนี้โตเด่น ชูแหล่งพักเงินช่วงตลาดผันผวน

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการรวบรวมบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC หลังนักวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” มองเป็นหุ้นหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน หลังไวรัสโควิด-19 ลุกลามไปทั่วโลก และมองว่าราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงสะท้อนปัจจัยลบ อย่างมาตรการปรับลดค่าไฟฟ้าราว 3% ช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.2563 และความเสี่ยงด้านภัยแล้งพอสมควรแล้ว

อีกทั้งยังมองว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2563 ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากการรับรู้ผลประกอบการเต็มปีของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW และรายได้ขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่เริ่มทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยนักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น GPSC ประเมินราคาเป้าหมาย 70 บาท/หุ้น มองว่าธุรกิจผลิตไฟฟ้ายังมีทิศทางที่ดีในระยะยาว และเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 น้อยเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น

โดย GPSC นับเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าที่แนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้ยังเติบโต จากการรับรู้ผลการดำเนินงานของ GLOW ทั้งหมดได้เต็มปี หลังจากเข้าซื้อในปีที่ผ่านมา หนุนให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นราว 4,700 เมกะวัตต์ (MW) ประกอบกับราคาหุ้นที่ปรับลงมาเกือบ 50% ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้พื้นฐานของหุ้นค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับในอดีต

ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงนั้น แม้อาจจะกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสัดส่วนราว 55% ของ GPSC บ้างแต่เชื่อว่าจะไม่มากนัก เพราะอีกราว 44% เป็นการขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ส่วนการที่ภาครัฐปรับลดค่าไฟฟ้า 3% ในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.2563 นั้นเชื่อว่าจะกระทบต่อผลการดำเนินงานจำกัด โดยประเมิน GPSC จะมีกำไรปกติในปี 2563 ที่ระดับ 7.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 47% จากปีที่แล้ว

ทั้งนี้ GPSC เป็นหุ้นที่บล.ฟินันเซีย ไซรัส ยังชอบ เพราะโรงไฟฟ้าในระยะยาวค่อนข้างดี และผลกระทบจากโควิดน้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่น โดยราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าในช่วง 1-2 สัปดาห์เริ่ม perform ดีขึ้นหลังจากที่ปรับลงมาเยอะ ก่อนหน้านี้ถูกขายออกเพราะราคาแพง ตลาดไม่ดีก็ขายทำกำไรออกมา จนราคาหุ้นลงมาเกือบ 50% ทำให้พื้นฐานค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งภาวะตลาดแบบนี้ธุรกิจไฟฟ้าก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่จะพักเงินไว้ได้ ขณะที่ราคาหุ้น GPSC ที่ปรับลดลงมาเยอะก็สะท้อนปัจจัยลบต่างๆ ไปบ้างแล้ว

ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น GPSC ประเมินราคาเป้าหมาย 91 บาท/หุ้น แนวโน้มผลการดำเนินงานของ GPSC ในไตรมาส 1/63 ยังมีทิศทางดี โดยคาดว่ากำไรปกติจะเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลของความต้องการใช้ไฟฟ้า หลังจากผ่านช่วงฤดูหนาวไปแล้ว รวมถึงโรงไฟฟ้าของ GLOW และ GPSC เดินเครื่องตามปกติ อีกทั้งราคาก๊าซธรรมชาติก็มีแนวโน้มลดลงจากราคาน้ำมันดิบที่ลด

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่คาดจะกลับสู่ระดับปกติ แต่หากพิจารณากำไรสุทธิคาดจะถูกกดดันจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน หากค่าเงินบาท ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/63 ยืนอยู่ที่ระดับ 31.2 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 7 เดือน

ส่วนการลงทุนใหม่ในโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ขนาด 30 เมกะวัตต์ชั่วโมง มูลค่าราว 1.1 พันล้านบาทนั้น คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปี 63 ซึ่งในช่วงเริ่มต้นจะขายแบตเตอรี่ให้กับกลุ่ม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ก่อนจะขยายไปยังตลาดอาเซียนหากมีความต้องการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนครั้งนี้ยังนับว่ามีขนาดเล็ก และยังไม่สร้างกำไรให้กับ GPSC อย่างมีนัยสำคัญจนกว่าจะขยายกำลังการผลิตไปถึงระดับ 2 กิกะวัตต์ชั่วโมง และเห็นความต้องการใช้จากลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

ย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นที่ปรับลดลงมากในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนปัจจัยลบต่างๆ ไประดับหนึ่ง ทั้งในส่วนของภัยแล้งและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวไปแล้ว แต่ช่วงสั้นอาจยังไม่ใช่จังหวะรีบเข้าซื้อ แต่หากราคาหุ้นปรับฐานอีกรอบจะเป็นจังหวะให้ลงทุนระยะกลางถึงยาว