“ตู่” ถกฝ่ายมั่นคง เล็งผ่อนปรนมาตรการคุมเข้ม “โควิด” หลังสิ้นสุดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 30 เม.ย.นี้

"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีหารือฝ่ายมั่นคง ประเมินสถานการณ์ "โควิด" เพื่อพิจารณาผ่อนปรนบางมาตรการ หลัง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สิ้นสุด 30 เม.ย.นี้!

ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ว่าวันนี้ (17 เม.ย.63)​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ร่วมหารือวงเล็กกับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

โดยประเมินสถานการณ์การดูแลความเรียบร้อย ตลอดช่วงเวลาที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายนนี้ รวมถึงภาพรวมการบังคับใช้กฎหมายหลังประกาศเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น.ไปเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อนำมาพิจารณาผ่อนปรนบางมาตรการต่อไป

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีที่สุด เพราะต้องควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ต่อเนื่องหากสถานการณ์ยืดเยื้อ พร้อมกันนี้ได้สอบถามเรื่องการปฎิบัติหน้าที่ของกำลังพลที่มีการตั้งด่านตรวจเกือบ 1,000 จุดทั่วประเทศ โดยเฉพาะด่านชายแดนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นอกจากนี้ ยังประเมินสถานการณ์กรณีคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียในช่วง 1-2 วันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมพื้นที่กักตัวรองรับ ซึ่งจะมีคนไทยทยอยเดินทางเข้ามาทาง 5 ด่านชายแดนของจังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้านนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีภาคเอกชน หน่วยงานต่างๆ ทยอยบริจาคสิ่งของช่วยเหลือบุคลาการทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการช่วยเหลือกันคนละไม้คนละมือ ส่วนเงินบริจาคสมทบกองทุนสู้โควิด- 19 ของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นกำลังอยู่ระหว่างแก้ไขระเบียบบางอย่างเพื่อนำเงินมาใช้

ในส่วนของการเยียวยาพระสงฆ์บางวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 นั้นยังไม่ได้เสนอนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องรอสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติสรุปมาก่อน แต่เบื้องต้นการดูแลพระสงฆ์ตามวัดต่างๆนั้น ใช้วิธีวัดใหญ่ดูแลวัดเล็กกันเอง ซึ่งวัดใหญ่ที่มีศักยภาพก็ได้ทำโรงทานเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งขณะนี้มีเกือบ 200 วัดที่ได้เปิดโรงทานแล้ว