“ศก.โลกชะลอ-ภัยแล้ง” ฉุด “ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม” ดิ่งต่อเนื่อง มี.ค.63 หด 11.25%

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ชี้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมี.ค.63 อยู่ที่ 102.79 หดตัว -11.25% ผลกระทบเศรษฐกิจโลกชะลอ จากวิกฤต "โควิด" -​ภัยแล้ง

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมี.ค.63 อยู่ที่ 102.79 หดตัว -11.25% (YoY) จากในเดือน ก.พ.63 ดัชนี MPI หดตัว -4.24% ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิต อยู่ที่ 67.22%

ขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ไตรมาส 1/63 หดตัว -6.63% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 66.68%

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการ สศอ. เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมีนาคม 2563 หดตัวลง -11.25% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและภัยแล้ง ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ไตรมาสแรกปี 2563 หดตัวลง -6.63% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 3.49% โดยผู้ประกอบการในบางอุตสาหกรรม อาทิ อาหารแปรรูป ได้ปรับเพิ่มการผลิตสินค้าให้เข้ากับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

โดยที่ดัชนีMPI เดือนมี.ค.ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากเดือนก.พ.ที่ 1.87% อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอยู่ที่ 67.22% ในขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ไตรมาสแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 5.22% จากไตรมาสที่ 4/62 โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม Hard disk drive ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นหลังทั่วโลกใช้นโยบาย Work from Home และอุตสาหกรรมอาหารเกือบทุกประเภทที่มีการผลิตเพิ่มขึ้น ยกเว้นอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งจึงมีปริมาณอ้อยเข้าโรงงานลดลง

ทั้งนี้ มีความต้องการอาหารจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารพร้อมทาน ทำให้การส่งออกอาหารกลับมาขยายตัวเป็นเดือนแรกในรอบ 8 เดือน โดยการส่งออกอาหารเดือนมี.ค.ขยายตัว 0.8%

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ยังคงขยายตัวดีในเดือนมี.ค. ได้แก่ Hard disk drive ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.18% มีคำสั่งผลิตและส่งมอบเพิ่มขึ้นหลังห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) ในประเทศจีนมีปัญหา และการปิดฐานการผลิตที่ประเทศมาเลเซียและฟิลิปปินส์ก่อนหน้านี้ รวมถึงผู้ผลิตได้ปรับแผนเร่งผลิตและส่งออกให้มากขึ้นผ่านทางเรือเนื่องจากเที่ยวบินขนส่งสินค้าลดลง

เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.25% ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย เนื่องจากประเทศคู่แข่งขาดชิ้นส่วนในการผลิต ในขณะที่ตลาดภายในประเทศอยู่ในระดับทรงตัว

การแปรรูปและการถนอมผลไม้และผัก ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.22% จากผลิตภัณฑ์กะทิเป็นหลักที่ปีนี้มีวัตถุดิบมะพร้าวจำนวนมาก รวมถึงการขยายศูนย์กระจายสินค้าและการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายจึงมีการเร่งการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ

เภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.70% จากผลิตภัณฑ์ยาเม็ด ยาแคปซูล และยาครีม โดยยาเม็ดและยาแคปซูลได้ผลิตตามคำสั่งขององค์การอาหารและยา (อย.) เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด (ยารักษาตามอาการและยาฆ่าเชื้อ) ให้ผลิตเก็บเป็นสต็อกอย่างน้อย 3 เดือน รวมถึงยารักษาโรคความดัน เบาหวานและลดไขมันตามคำสั่งซื้อจากโรงพยาบาลที่เปลี่ยนจำนวนการให้ยาผู้ป่วยตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม

อาหารทะเลแช่แข็ง ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.75% จากผลิตภัณฑ์จากปลาแช่แข็งและเนื้อปลาบด ตามความต้องการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ขณะที่อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนี MPI เดือนมี.ค. ได้แก่ น้ำตาลจากภาวะภัยแล้ง รถยนต์และเครื่องยนต์จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
“ภายใต้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ความต้องการสินค้าในตลาดโลกได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก อุตสาหกรรมบางสาขามีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหารบางสาขา และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ส่งสัญญาณแสดงให้เห็นถึงการเตรียมผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่จะเพิ่มขึ้น

ทำให้ภาพรวมการนำเข้ารวม (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.49% และการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (ไม่รวมทองคำ) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.72%

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับแผนการผลิตให้เข้ากับสถานการณ์โลกปัจจุบันรวมถึงการปรับเปลี่ยนตัวสินค้าให้เข้ากับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค” นายทองชัย กล่าว

นายทองชัย กล่าวว่า สศอ.ได้ปรับประมาณการดัชนี MPI ปี 63 มาที่ -6 ถึง -7% จากเดิมคาด 2-3% ขณะที่ปรับ GDP ภาคอุตสาหกรมมาที่ -5.5 ถึง -6.5% จากที่ประมาณการไว้ 1.5-2.5% ในช่วงต้นปี เนื่องจากผลกระทบจากต่างประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นวงกว้างและยังควบคุมไม่ได้ แม้ว่าปัจจัยในประเทศจะเริ่มผ่อนคลายแล้ว