
กบน. เคาะลดราคา “ดีเซล” 1.50 บาท – เบนซิน 50 สต. มีผลพรุ่งนี้
กบน. ปรับลดราคาดีเซล ลงลิตรละ 1.50 บาท เป็น 42.90 บาท ส่วนเบนซิน ปรับลดราคาลิตรละ 50 สต. มีผล ตี 5 พรุ่งนี้ บรรเทาค่าใช้จ่ายประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อสะท้อนทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง พร้อมปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มดีเซล และเบนซิน-แก๊สโซฮอล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์ ณ วันที่ 16 เมษายน 2569 พบว่า ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 172 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันเบนซินอยู่ที่ประมาณ 122 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปรับลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 1 และ 3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ตามลำดับ
สำหรับการปรับอัตราเงินกองทุนในกลุ่มน้ำมันดีเซล น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ปรับลดอัตราเงินกองทุนลง 0.04 บาทต่อลิตร เป็นอัตราชดเชย 2.83 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1.50 บาทต่อลิตร อยู่ที่ 42.90 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 ปรับเพิ่มอัตราเงินกองทุน 0.15 บาทต่อลิตร เป็นอัตราชดเชย 9.21 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1.50 บาทต่อลิตร อยู่ที่ 35.90 บาทต่อลิตร
ในส่วนของกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล มีการปรับอัตราเงินกองทุนเช่นกัน โดยน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มอัตราเงินกองทุน 0.29 บาทต่อลิตร เป็น 11.41 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร อยู่ที่ 52.04 บาทต่อลิตร ขณะที่แก๊สโซฮอล 95 และ 91 ปรับเพิ่มอัตราเงินกองทุน 0.23 บาทต่อลิตร เป็น 4.03 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร อยู่ที่ 42.45 และ 42.08 บาทต่อลิตร ตามลำดับ
ส่วนแก๊สโซฮอล อี20 ปรับลดอัตราเงินกองทุน 0.20 บาทต่อลิตร เป็นอัตราชดเชย 1.26 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร อยู่ที่ 35.45 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล อี85 ปรับลดอัตราเงินกองทุน 0.28 บาทต่อลิตร เป็น 2.20 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร อยู่ที่ 31.39 บาทต่อลิตร
กบน. ระบุว่า การปรับลดราคาครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ที่ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือหลักในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน โดยสามารถลดภาระการชดเชยของกองทุนจากเดิมกว่า 1,200 ล้านบาทต่อวัน เหลือเพียง 113.83 ล้านบาทต่อวัน ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กองทุน และเสริมศักยภาพในการรองรับความผันผวนด้านพลังงานในอนาคต
พร้อมกันนี้ ยังเป็นการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่เอื้ออำนวยในช่วงปัจจุบันอีกด้วย


