พาราสาวะถี

วานนี้เป็นวันสุดท้ายที่ศบค.เปิดรับฟังความคิดเห็นผลของการประเมินมาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 1 เพื่อรวบรวมนำไปสู่การปลดล็อกในระยะที่ 2 โดยที่วันนี้จะมีการประเมินผลรวมไปถึงการเตรียมมาตรการเพื่อออกเป็นมาตรการใช้สำหรับกิจกรรมกิจการที่จะผ่อนปรนในเฟส 2 โดยก่อนที่จะประกาศผ่อนปรนที่วางกันไว้ในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ จะมีการใช้เวลาที่เหลือ 2-3 วันนี้ หากลุ่มตัวอย่างหรือพื้นที่ทดลองเปิดหรือ Sandbox เช่น ห้างสรรพสินค้า


อรชุน

วานนี้เป็นวันสุดท้ายที่ศบค.เปิดรับฟังความคิดเห็นผลของการประเมินมาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 1 เพื่อรวบรวมนำไปสู่การปลดล็อกในระยะที่ 2 โดยที่วันนี้จะมีการประเมินผลรวมไปถึงการเตรียมมาตรการเพื่อออกเป็นมาตรการใช้สำหรับกิจกรรมกิจการที่จะผ่อนปรนในเฟส 2 โดยก่อนที่จะประกาศผ่อนปรนที่วางกันไว้ในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ จะมีการใช้เวลาที่เหลือ 2-3 วันนี้ หากลุ่มตัวอย่างหรือพื้นที่ทดลองเปิดหรือ Sandbox เช่น ห้างสรรพสินค้า

โดยจะต้องหา 1 พื้นที่ในการทดลองเปิดบริการ และใช้มาตรการในการควบคุมประชาชนที่เข้ามาใช้บริการว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร พร้อมทั้งข้อจำกัดต่าง ๆ ที่จะต้องศึกษากันเป็นอย่างดีในช่วงระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคม และทำการทดลองในวันที่ 16 พฤษภาคม จะมีการประเมินผล หากผ่านการประเมินผลก็จะประกาศมาตรการผ่อนปรนในเฟส 2 ต่อไป แน่นอนว่า ด้วยเงื่อนไขสารพัดเช่นนี้ จึงไม่แน่ใจว่าเมื่อเข้าสู่ภาคปฏิบัติแล้วจะสามารถทำกันได้หรือไม่

ต้องอย่าลืมว่า เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งใหม่ทั้งฝ่ายของผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้างสรรพสินค้า ถามว่าการที่จะต้องจำกัดจำนวนคนและระยะเวลาในการเข้าใช้บริการนั้น คุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ และตอบโจทย์ประชาชนที่จะเข้าไปใช้บริการหรือเปล่า เหล่านี้หากไม่สอดคล้องต้องกันก็เกรงว่า ถ้าผ่อนปรนไปแล้วก็จะไม่เกิดประโยชน์ หรือหากมีการละเลย หละหลวม จะกลายเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดรอบใหม่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินกันมาถึงขั้นนี้แล้ว เชื่อได้เลยว่าจะต้องมีมาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 2 ออกมาอย่างแน่นอน ต้องอย่าลืมเป็นอันขาดว่า สิ่งที่ภาครัฐได้ดำเนินการมานั้นคือตั้งเป้าหมายในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อ โดยพยายามคงตัวเลขให้อยู่ในหลักเดียวต่อเนื่องให้นานที่สุด  เมื่อตัวเลขคงที่ประกอบกับมาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 1 ไม่ได้มีปัญหา ถ้ารัฐบาลไม่ผ่อนปรนในเฟสสอง นั่นย่อมนำมาซึ่งความกังขาในการปฏิบัติงาน เพราะถือเป็นการไม่สอดคล้องต้องกัน

ดังนั้น จึงไม่มีทางเลือกอื่นภาครัฐมีหน้าที่ในการวางมาตรการ เงื่อนไขเพื่อให้เกิดความไว้วางใจจากทุกฝ่าย แม้ว่าบางกิจการอาจจะยังไม่พร้อม เมื่อสนามการแข่งขันเปิดมาแล้ว การจะปล่อยให้คู่แข่งได้เดินล่วงหน้าไปก่อนนั้น ไม่มีใครเขาทำกัน แต่ในบริบทที่การผ่อนปรนมีมากขึ้น โดยที่ภาครัฐจะต้องทำการตรวจสอบ ประเมินผล คำถามก็จะย้อนกลับไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้องว่ามีความพร้อมหรือไม่ จะปล่อยไปตามยถากรรมแล้วเกิดเหตุซ้ำร้ายสนามมวยลุมพินีอีกไม่ได้

เหล่านี้ล้วนเป็นโจทย์ที่ฝ่ายประเมินและผู้ที่ตัดสินใจต้องรอบคอบ เก็บรายละเอียดทุกเม็ดทุกดอก ทั้งนี้ หากพิจารณาจากกลไกที่ทางศบค.ได้วางไว้แล้ว หลังจากผ่อนปรนระยะที่ 2 ไปแล้ว คาดว่าภายในต้นเดือนมิถุนายนก็จะมีการผ่อนปรนในเฟส 3 ตามมาแล้วปิดท้ายด้วยเฟส 4 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนเช่นกัน ซึ่งนั่นเท่ากับว่าสถานการณ์ของประเทศไทยจะกลับมาเกือบปกติแล้ว โดยมีโจทย์ใหญ่ที่คนจำนวนไม่น้อยยังกังวลกันอยู่คือ ห้วงเวลาดังกล่าวเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว การเฝ้าระวังและป้องกันจะยากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่

เวลานี้ในแวดวงทางการแพทย์และสาธารณสุขต่างเป็นกังวลอย่างยิ่ง ส่วนหนึ่งที่ทำให้การควบคุมโรคโควิด-19 ของประเทศไทยได้ผลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเอื้อต่อการจัดการปัญหา แต่หลังจากเปลี่ยนฤดูไปแล้ว หน้าฝนเป็นช่วงเวลาที่ไวรัสชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง การแพร่ระบาดก็จะเกิดขึ้นได้โดยง่าย และจะเกิดความยุ่งยากในการคัดกรอง ตรวจสอบว่า อาการแบบไหนที่เป็นเรื่องของไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่โดยทั่วไปไม่ใช่โควิด-19

นาทีนี้ลองไปสอบถามแพทย์ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ คำตอบที่ได้เชื่อว่าจะไม่ต่างกัน นั่นก็คือ ต่างเชื่อมั่นว่ามีโอกาสที่จะได้เห็นตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศไทยกลับมาอยู่ในระดับที่น่ากังวลอีกรอบ ซึ่งก่อนจะไปถึงตรงนั้น มาตรการที่ภาครัฐได้ดำเนินการมานั้นอาจจะยังคงเข้มข้นต่อไป แต่สิ่งสำคัญคือทำให้ประชาชนทุกคนได้ตระหนักถึงการป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการรับเชื้อไวรัสร้ายนี้ สิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าจะไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่ก็คือ การผ่อนปรนในระยะที่ 2 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี่แหละ

หากได้เห็นภาพทุกคนเปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิต แม้จะยังไม่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็น New normal แต่อย่างน้อยการที่ทุกคนยังคงสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือกันบ่อย ๆ ไม่สังสรรค์ ทำกิจกรรมรวมกลุ่มกัน เว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด แม้ว่าสภาพอากาศจะเอื้อให้การแพร่ระบาดของโรคขยายวงกว้างอย่างไร ก็ไม่น่าจะทำให้เกิดการระบาดได้โดยง่ายในประเทศไทย ตรงนี้อยู่ที่ว่าภาครัฐจะประชาสัมพันธ์ กระตุ้นให้ทุกคนร่วมมือกันอย่างแข็งขันได้ดีขนาดไหน ไม่ใช่มัวแต่ทำไอโอในเรื่องที่ไม่เข้าท่าอย่างที่เป็นอยู่

ส่วนมาตรการเยียวยา 5 พัน เชื่อได้เลยว่า ปัญหาจะไม่จบง่าย ๆ คนที่ชวดได้เงินที่ยังคงประสบความเดือดร้อนอยู่ จะยังคงเคลื่อนไหวกันต่อไป โดยที่มันจะกลายเป็นภาคบังคับของรัฐบาลที่ไม่สามารถจะปฏิเสธการดูแลหรือช่วยเหลือได้ มิเช่นนั้น คงไม่เกิดการสั่งการในที่ประชุมศบค.ของท่านผู้นำที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปไล่เก็บตกบุคคลที่ตกหล่นจากมาตรการเราไม่ทิ้งกัน นั่นสะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจรู้สึกหวั่นไหวกับทุกเสียงเชิงลบที่มีต่อรัฐบาล

อย่าลืมเป็นอันขาด การป้องกันและเฝ้าระวังโควิด-19 ที่ทำกันนับตั้งแต่เกิดการระบาดนั้น ประเทศไทยได้รับเสียงชื่นชมจากนานาชาติ ขณะที่คนไทยก็พึงพอใจกันอย่างยิ่ง แทนที่คะแนนนิยมรัฐบาลจะติดลมบน มีความสุขกับเสียงสรรเสริญเยินยอ แต่พอมีมาตรการเยียวยาที่ทำกันในลักษณะไม่ได้คิดวางแผนรอบคอบไว้ก่อนนั้น เครดิตที่ควรจะได้เสียหายไปในพริบตา ต้องมาไล่แก้ต่างแก้ตัวกันรายวัน นี่คือความจริงของการเมือง การเมืองที่ว่าด้วยเรื่องความพึงพอใจของประชาชนล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับว่าใครพวกไหนหรือประชานิยมหรือไม่

Back to top button