ยุบสภา? เละกว่าเดิม

ซูเปอร์โพล 70.5% แนะประยุทธ์ยุบสภา แก้ปัญหาแก่งแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี อยากได้คนดี ซื่อสัตย์สุจริต ตามศาสตร์พระราชา มาอยู่ใกล้ตัวลุงตู่

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

ซูเปอร์โพล 70.5% แนะประยุทธ์ยุบสภา แก้ปัญหาแก่งแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี อยากได้คนดี ซื่อสัตย์สุจริต ตามศาสตร์พระราชา มาอยู่ใกล้ตัวลุงตู่

ฟังแค่นี้ก็ฮา รู้กันอยู่ว่าซูเปอร์โพลสะท้อนเสียงเชียร์ประยุทธ์ แต่กลับยี้นักการเมือง โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ ที่ดูดกวาด ส.ส.มาสนับสนุนประยุทธ์ โพล 61% ยังชี้ว่า ไอ้พวก ส.ส.ที่ปากบอกว่า รักลุงตู่ หนุนลุงตู่ แผล็บ ๆ ตอนมีอำนาจ นี่แหละตัวดี ลุงตู่ไปไม่รอดเมื่อไหร่ จะกลายเป็นเห็บกระโดดกลุ่มแรก

ยุบสภาไหม? ไม่ได้ให้ความสำคัญซูเปอร์โพล แต่มีหลายคนตั้งคำถามเช่นกัน ประยุทธ์จะยุบสภาหนีความวุ่นวายไหม เพื่อรวบรวมเสียงให้เป็นปึกแผ่น

ปัญหาที่มันย้อนแย้งคือ การยุบสภาเป็นไปได้ เพราะพรรคฝ่ายค้านกำลังอ่อนแอ อนาคตใหม่ถูกยุบ ก้าวไกลถูกลดจุดเด่น เพื่อไทยระส่ำระสาย พรรคฝ่ายค้านอาจถูกดูด ส.ส.ไปอีกเป็นสิบ ๆ ราย ถ้ายุบสภาเลือกตั้งใหม่ ก็มีโอกาสที่พรรคพลังประชารัฐจะชนะถล่ม รวบรวมพรรคร่วมรัฐบาลได้เกิน 300 เสียง คุยได้ว่าไม่ต้องพึ่ง 250 ส.ว. ประยุทธ์ก็เป็นนายกฯ สบาย ๆ

แต่จุดเสื่อมของรัฐบาลวันนี้ ก็เกิดจากศึกในพรรคพลังประชารัฐนั่นเอง จากกลุ่มก๊วน ส.ส.เลื่อยเก้าอี้ ไล่หัวหน้า เลขาธิการพรรค ด้วยเหตุผลที่เว้ากันซื่อ ๆ คือ ส.ส.ลงพื้นที่ต้องมีค่าใช้จ่าย แต่หัวหน้า เลขา ไม่จ่าย พวกหัวเบี้ยที่จ่ายแทนก็เลยอยากได้เก้าอี้รัฐมนตรี

ก็เลยเกิดกระแสยี้นักการเมือง (ชั่ว) โดยเฉพาะพวกเชียร์ลุง ซึ่งยิ่งฟูมฟายเมื่อ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หยอดหมัดเด็ด “คนดีคนซื่ออยู่ในการเมืองไม่ได้” ลุกลามไปจนไม่ไว้วางใจการใช้เงินกู้สี่แสนล้าน ว่านักการเมืองชั่ว ๆ ในรัฐบาลมันจ้องงาบกันแหง ๆ

ย้ำว่านี่ไม่ใช่แค่ในหมู่คนแอนตี้รัฐบาล “ขาประจำ” ฝ่ายประชาธิปไตย แต่พวกเชียร์ลุง หรือคนทั่ว ๆ ไป ก็รู้สึกเหมือนกันหมดว่าการเมืองเสื่อม

แหม่ ถ้าไม่ใช่ประยุทธ์เป็นนายกฯ ถ้าเป็นเพื่อไทย เงื่อนไขรัฐประหารคงสุกงอม

คำถามคือ เมื่อความเสื่อมเกิดกับพรรคแกนนำ แล้วจะยุบสภาเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ ทำให้พรรคแกนนำยิ่งชนะถล่มทลาย มันจะแก้ปัญหาได้อย่างไร

ที่พรรคฝ่ายค้านอ่อนแอ มีโอกาสแพ้ ก็เพราะหนึ่ง แพ้กติโกง เลือกตั้งอย่างไรก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล 250 ส.ว.ก็ยังโหวตตู่ สอง ถ้ามีใครโดดเด่น แหลมขึ้นมาอีก ก็น่าจะถูกยุบพรรคตัดสิทธิ ทำให้รัฐบาลชนะตั้งแต่ในมุ้ง ชาวบ้านก็มีแนวโน้มจะเลือก ส.ส.รัฐบาลที่นำงบประมาณนำโครงการลงพื้นที่ได้มากกว่า

การเมืองจึงถอยกลับสู่ระบบอุปถัมภ์ แข่งกันที่การเข้าถึงอำนาจ การมีค่าใช้จ่าย ส.ส.ฝ่ายค้านหน้าแห้ง ลงพื้นที่ไม่มีปัจจัย จึงแอบติดต่อแกนนำรัฐบาลอยู่หลายสิบราย

ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ กลุ่มก๊วนจะยิ่งผงาด อำนาจต่อรองจะสูงกว่าเดิม ยกเว้นประยุทธ์จะกวาดทิ้งหมด ทาบทาม “คนดี” อดีตข้าราชการ ผู้ว่าฯ ลำปาง ผู้ว่าฯ เลย ลง ส.ส. คงสมใจกองเชียร์ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง หัวร่อตาย

โดยตัวระบบเลือกตั้ง บัตรใบเดียว ต่างเขตต่างเบอร์ สูตรเศษมนุษย์ ก็มีปัญหาในตัวมันเอง เป็นระบบที่ใช้ได้ครั้งเดียวทิ้ง ใช้อีกครั้งจะถูกแอนตี้อย่างกว้างขวาง กกต.จะยิ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซ้ำเติมด้วยความเกลียดนักการเมือง กระแสสังคมจะจ้องจับผิดนักการเมือง ทั้งการใช้อำนาจ อิทธิพล ปัจจัย กระสุน ฯลฯ ซึ่งครั้งนี้จะจ้องมาที่พรรครัฐบาล

ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ อาจชนะเสียงในสภา แต่ความชอบธรรมยิ่งตกต่ำ พลังต่อต้านนอกสภายิ่งเข้มแข็ง สังคมมีอารมณ์ร่วมมากขึ้น

ในเมื่อมี ส.ส.มากกว่าฝ่ายค้านล้นหลามอยู่แล้ว จะยุบไปทำไม ก็แค่ปรับ ครม. แล้วปรับความเข้าใจกับกองเชียร์ อยากให้ประยุทธ์สืบทอดอำนาจก็ต้องยอมรับระบบต่างตอบแทน จะมาอ้างตัวเป็นคนดีลอยเท้งเต้งอยู่ได้ไง