NWR ย้ำเป้ารายได้ปี 63 โต 25% แม้ผลงานไตรมาส 2 หดตัวเซ่น “โควิด” กระทบงานก่อสร้าง

NWR ย้ำเป้ารายได้ปี 63 โต 25% แม้ผลงานไตรมาส 2 หดตัวเซ่น “โควิด” กระทบงานก่อสร้าง


นายปสันน สวัสดิ์บุรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/63 ยอมรับว่าคงปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 1/63 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลทำให้งานก่อสร้างล่าช้ากว่าแผน และยังเป็นช่วงต่อเนื่องระหว่างงานเก่าและงานใหม่ ทำให้มีอุปสรรคในการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างติดตามการนำพื้นที่มาก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้ารายได้ปี 63 จะเติบโตราว 25% จาก 7,871.06 ล้านบาทในปีก่อน และคาดว่าจะมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 0.50% เป็นไปตามงานในมือ (Backlog) ณ สิ้นเดือน มี.ค.63 ที่มีอยู่ 29,917 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 25% โดยส่วนใหญ่เป็นงานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ขณะเดียวกันในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทก็ได้รับงานใหม่เข้ามาเพิ่มมูลค่ารวม 8,710 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานภาครัฐ เช่น งานอาคาร, งานรันเวย์ สนามบินสุวรรณภูมิ, งานสายไฟฟ้าใต้ดิน, งานปรับปรุง Facility, งานอุโมงค์, งานขยายถนน และงานปรับปรุงท่าเรือ เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทก็อยู่ระหว่างติดตามงานเพิ่มเติมอีก มูลค่ารวม 51,723 ล้านบาท แบ่งเป็น งานภาครัฐ 60% และงานเอกชนในโครงการขนาดใหญ่ประมาณ 40% โดยประเมินจากแนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างในปีนี้ ทางศูยน์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) ระบุว่า มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมก่อสร้างมีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อย 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แบ่งเป็น งานก่อสร้างโครงการภาคเอกชนหดตัวราว 7.8% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 5.28 แสนล้านบาท จากการออกใบอุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยอาคารพาณิชยกรรม และโรงงานอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงคึ่งปีหลังของปีก่อน

ส่วนการก่อสร้างโครงการภาครัฐยังคงเติบโตราว 4.5% คิดเป็นมูลค่ารวม 7.62 แสนล้านบาท จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่, การก่อสร้างโครงการคมนาคม และโครงการสาธารณูปโภคขนาดกลางและเล็กที่มีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัจจัยฐานต่ำจากความล่าช้าของพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี พ.ศ.2563 ซึ่งบริษัทฯ จะมุ่งเน้นไปที่งานภาครัฐเป็นหลัก

นอกจากนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในโครงการวิลล่า บารานี คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ในปีนี้, โครงการบ้านเดี่ยว บารานี พาร์ค ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ปัจจุบันมีการขายไปแล้ว 31% โอนกรรมสิทธิ์แล้ว 12% ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ถือว่ามีอัตราการขายที่สูงอย่างมาก, โครงการบารานี เรสซิเดนซ์ รังสิต คลอง 3 มีการขายแล้ว 66% โอนกรรมสิทธิ์แล้ว 59% คาดว่าน่าจะปิดการขายและโอนได้ทั้งหมดภายในครึ่งปี 64

อีกทั้งโครงการคอนโดมิเนียม เอสเพน คอนโด ลาซาน 3 เฟส โดยเฟส A ขายแล้ว 97% โอนกรรมสิทธิ์แล้ว 93%, เอสเพน เฟส B ขายแล้ว 75% โอนกรรมสิทธิ์แล้ว 75% และเอสเพน เฟส C อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งมีการขายไปแล้ว 28% คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าได้ประมาณเดือนธ.ค.63

ด้านโครงการร่วมทุนภายใต้ บริษัท ซี.ไอ.เอ็น เอสเตท จำกัด โดย NWR ถือหุ้นในสัดส่วน 40% และบมจ.ชาญอิสสระ ดีเวลล็อปเมนท์ (CI) ถือหุ้น 60% มีโครงการที่ทำร่วมกัน คือ เดอะ อิสสระ ลาดพร้าว ปิดการขายไปแล้ว ขณะที่โครงการอิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ (ISSI CONDO SUKSAWAT) ขายไปแล้ว 99% และโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว 99% คาดว่าภายในปีนี้จะขายและโอนฯได้ทั้งหมด

ส่วนโครงการล่าสุด บ้านอิสสระ บางนา มีการก่อสร้างบ้านตัวอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่าก่อสร้างบ้านลูกค้า โดยมีการขายไปแล้ว 12% และคาดว่าจะมีการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ได้ตั้งแต่เดือนก.ค.63 เป็นต้นไป

นายปสันน กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดยมีการสั่งกลับบ้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีร้านอาหารภายใต้แบรนด์ By Bua ตั้งอยู่ที่สีลมและลาซาล, ร้านอาหารอิตาลี L’Oliva ITALIAN RESTAURANT ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 36

Back to top button