SET สัปดาห์นี้พักฐาน-ขาดปัจจัยใหม่หนุน กลยุทธ์ย่อซื้อ-ดีดตัวขาย ชู TASCO, TOA, SPALI เด่น

SET สัปดาห์นี้พักฐาน-ขาดปัจจัยใหม่หนุน กลยุทธ์ย่อซื้อ-ดีดตัวขาย ชู TASCO,TOA,SPALI เด่น

Weekly outlook : “Sideways Down” ต้าน 1,348/1,360 จุด รับ 1,306/1,286 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ คาดตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (29 มิ.ย. – 3 ก.ค.63) ‘Sideways Down’ ตลาดโลกยังคงมีแรงถ่วงจากโอกาสในการเกิด Second Wave ในประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง สหรัฐฯ จีน เยอรมัน และเกาหลีใต้ ที่มากดดันภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วง 2H20

ขณะที่ผลกระทบของ โรค Covid-19 เริ่มเห็นผลกระทบเชิงลบชัดเจนขึ้น สะท้อนจาก FED เปิดเผย Stress Test ของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นกระบวนการในการประเมินความแข็งแกร่งของสถาบันการเงินในภาวะวิกฤต พบว่า อัตราส่วนเงินกองทุนของหลายธนาคารลดลงใกล้ Minimum Level ที่ FED วางเอาไว้ ทำให้ FED ประกาศให้ธนาคารพาณิชย์ห้ามจ่ายเงินปันผลในระดับที่เกินกว่าที่เคยจ่ายใน 2Q20 และมีคำสั่งห้ามซื้อหุ้นคืนในช่วง 3Q20

ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลย้อนหลังพบว่า ประเด็นปันผลอาจจะไม่ได้กระทบอย่างมีนัยเนื่องจากการจ่ายปันผลในไตรมาส 2 และ 3 ของกลุ่มธนาคารมักจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน แต่การที่ห้ามซื้อหุ้นคืนอาจมีนัย เนื่องจากการซื้อหุ้นคืนเป็นจุดที่ทำ ให้กลุ่มธนาคารมีความน่าสนใจในการลงทุนมาโดยตลอด ซึ่งจากข้อมูลของ FED การซื้อหุ้นคิดเป็นสัดส่วน 70% ของผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่นักลงทุน รวมถึงเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษที่ FED สั่งให้ธนาคารพาณิชย์จัดทำแผนการจ่ายเงินปันผลใหม่ในปีนี้

ซึ่งสัญญาณดังกล่าว บ่งชี้ถึงความน่ากังวลต่อสภาพคล่องของกลุ่มธนาคาร และเป็น Headwind หลักที่จะกดดันกลุ่มธนาคารในสหรัฐฯ Underperformกลุ่มอื่นๆได้ เช่นเดียวกันกับไทย ที่ธปท.ประกาศให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล และงดการซื้อหุ้นคืน บ่งชี้เป็นนัยว่าธปท.อาจเห็นสัญญาณของผลกระทบCovid-19 ต่อเศรษฐกิจและคุณภาพสินทรัพย์เลวร้ ายกว่าที่ประเมินก่อนหน้า เป็นแรงกดดันต่อ Outlook ของทั้งกลุ่มธนาคาร

นอกจากนี้ กนง.ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2020 ลงสู่ -8.1%(vs Nomura -6.3% vs IMF -7.7%) จาก -5.3% ผลจากการแพร่ระบาดของโรคCovid-19 ที่รุนแรงกว่าคาด

ขณะที่ถ้อยแถลงของกนง.ในรอบนี้ถือว่า dovish น้อยกว่าครั้งก่อนๆ ทำให้ Nomura เปลี่ยนมุมมอง โดยคาดกนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.50% ไปตลอดปี 2020 (เดิมคาดลดดอกเบี้ยอีกครั้งใน 3Q20) แต่เพิ่มโอกาสที่กนง.จะหันไปผ่อนคลายกฏเกณฑ์ทางการเงิน และมีโอกาสออกมาตรการช่วยชะลอการแข็งค่าของค่าเงินบาทมากกว่า

ส่วนปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตาม คือ 1)ศบค.แถลงรายละเอียดมาตรการผ่อนคลายเฟส5 29 มิ.ย.นี้ และ 2)การพิจารณาพรบ.งบประมาณประจ าปี 2021 จะเริ่มขึ้น 1-3 ก.ค. นี้

กลยุทธ์การลงทุน: ตลาดยังอยู่ในช่วงพักฐาน และขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ ดังนั้นพอร์ตลงทุนเชิง Tactical คงแนะนำถือหุ้นเพียง 25% ส่วนการเก็งกำไรเน้นย่อซื้อ-ดีดตัวขาย

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ TASCO, TOA, SPALI ส่วนสัปดาห์ก่อน TASCO, BAM, SPALI ให้ผลตอบแทน -1.38% ดีกว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน -2.95 %

1) TASCO (TP 26.2) :Spread ยางมะตอยอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น เป็นเป้า Upgrade

2) SPAL I(Trad) : หุ้น Low PER ต่ำเพียง 6.7เท่าและปันผลสูงราว 4%

3) TOA (TP 41 ): คาดก าไร 2Q20F เด่น +500ลบ.(+5%y-y,+19%q-q) จากมาจิ้นสูง