เปิด 5 หุ้นโรงพยาบาล! โบรกพรีวิวกำไร Q1 ชู PR9-CHG โตเด่นสวนกระแส

เปิดโผ 5 หุ้นเด่นกลุ่มโรงพยาบาล BH-PR9-BCH-BDMS-CHG ทะยานรับฤดูกาลพรีวิวงบ Q1/69 นักวิเคราะห์ประสานเสียงกำไรโตแกร่งสวนกระแสเศรษฐกิจชะลอตัว ชู PR9-CHG โดดเด่น ขณะที่ยักษ์ใหญ่ BDMS-BCH โชว์ศักยภาพความยืดหยุ่นสูงจากฐานผู้ป่วยที่หลากหลาย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสิ้นสุดไตรมาส 1 ปี 2569 (มกราคม–มีนาคม) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะทยอยประกาศผลการดำเนินงานภายในระยะเวลาประมาณ 45 วันข้างหน้า โดย “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ได้จัดทำพรีวิวกลุ่มโรงพยาบาล พบว่านักวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรไตรมาส 1/2569 ของโรงพยาบาลหลัก ได้แก่ BH, PR9, BCH, BDMS และ CHG ยังคงมีแนวโน้มเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและจากไตรมาสก่อนหน้า

แม้ว่าภาพรวมของกลุ่มโรงพยาบาลยังเผชิญแรงกดดัน เนื่องจากบางแห่งมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยเงินสดสูง ทำให้มีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะเดียวกัน บริษัทประกันมีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้นในการอนุมัติเคลมค่ารักษาพยาบาล ส่วนผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งและต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น ส่งผลให้บางส่วนชะลอหรือเลื่อนแผนการรักษา สอดคล้องกับข้อมูลนักท่องเที่ยวระยะไกลในเดือนมีนาคมที่ปรับลดลงจากปีก่อน โดยนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางลดลง 33% ยุโรปลดลง 4% และสหรัฐอเมริกาลดลง 2% ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงต่อรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติในช่วงถัดไป

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันในทุกโรงพยาบาล โดย BCH และ BDMS ยังคงมีความยืดหยุ่นจากโครงสร้างฐานผู้ป่วยที่หลากหลาย และเครือข่ายบริการครอบคลุมทั่วประเทศ

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)  หรือ BH จะได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางต่อผลประกอบการ 1/2569 ในระดับจำกัด เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงปลายไตรมาสและตรงกับรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซันของผู้ป่วยตะวันออกกลาง โดยคาดกำไรปกติอยู่ที่ 1.74 พันล้านบาท ทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 9% จากไตรมาสก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจเริ่มเห็นแรงกดดันชัดขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป เนื่องจาก BH มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางสูงถึง 23% ของรายได้รวมปี 2568 ซึ่งสูงสุดในกลุ่ม

ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังมองว่า ปัจจัยบวกของ BH เริ่มจำกัดมากขึ้น จึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2571 ลง 6% และลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ” ให้ราคาเป้าหมาย 190 บาท โดยเห็นว่าราคาหุ้นรับความคาดหวังการเติบโตใน 1/2569 ไปมากแล้ว ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น ทำให้ Risk/Reward ไม่น่าสนใจเท่าเดิม

ส่วนบริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG มีแนวโน้มผลประกอบการ 1/2569 แข็งแกร่งกว่ากลุ่ม โดยคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% ทั้งจากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ได้แรงหนุนจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีราว 12 ล้านบาท รวมถึงการฟื้นตัวเล็กน้อยของการดำเนินงานหลัก ขณะที่รายได้ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 ยังเติบโตเล็กน้อย และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงจากฐานสูงในไตรมาส 4/2568

ฝ่ายนักวิเคราะห์ของเมย์แบงก์คาดว่า กำไรสุทธิปี 2569 ของ CHG จะอยู่ที่ 997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน แม้ปรับลดประมาณการปี 2569-2571 ลงเล็กน้อยราว 1-3% เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แต่ยังมองว่าหุ้นมีดาวน์ไซด์จำกัด จากการมีสัดส่วนผู้ป่วยตะวันออกกลางต่ำมาก จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 1.75 บาท

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ประเมินว่า บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS คาดว่าในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 3,930 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หากพิจารณากำไรปกติจากธุรกิจหลักหลังหักรายการพิเศษค่าใช้จ่ายสุทธิ 339 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2568 คาดว่ากำไรจะลดลงทั้งเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน อยู่ที่ 3,930 ล้านบาท

แม้แนวโน้มระยะสั้นยังมีข้อจำกัดจากการเดินทางในตะวันออกกลางและความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ BDMS ยังมีจุดแข็งจากเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ครอบคลุมหลายระดับราคา และมี Economies of Scale ชัดเจน ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ที่ 16,785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ส่งผลให้ KSS ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 27 บาท

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ประเมินว่า บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 มีแนวโน้มผลประกอบการ 1/2569 เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากฐานผู้ป่วยต่างชาติที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่คาดอ่อนตัวจากไตรมาสก่อนหน้า เพราะผู้ป่วยในประเทศยังชะลอ และได้รับผลกระทบจากช่วงรอมฎอนซึ่งกระทบการเดินทางของผู้ป่วยตะวันออกกลางบางส่วน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มทั้งปี 2569 ยังเติบโตได้ 7-10% จากแรงหนุนของผู้ป่วยตะวันออกกลาง การยกระดับบริการ และการลงทุนเพิ่มศักยภาพทางการแพทย์

ฝ่ายนักวิเคราะห์คงประมาณการรายได้ปี 2569 ของ PR9 อยู่ที่ 5,789 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 935 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน พร้อมปรับราคาเหมาะสมปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 26.70 บาท บน Prospective P/E 22.5 เท่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เพราะราคาหุ้นปัจจุบันยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายค่อนข้างมาก

สำหรับบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ว่าแนวโน้มผลประกอบการ 1/2569 มีโอกาสทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน แม้ผู้ป่วยไทยซึ่งคิดเป็น 87% ของรายได้รวมจะชะลอลงเล็กน้อยจากเศรษฐกิจในประเทศอ่อนแรงและการอนุมัติเคลมที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังได้แรงหนุนจากผู้ป่วยตะวันออกกลางซึ่งมีสัดส่วนราว 2.7% ของรายได้ และเติบโตถึง 80-90% ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 จากฐานต่ำในปีก่อน รวมถึงการเริ่มให้บริการแบบ GOP กับผู้ป่วยกาตาร์ และการปรับขึ้นค่าบริการเฉลี่ยราว 3% ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569

ฝ่ายนักวิเคราะห์คาดว่า รายได้ปี 2569 ของ BCH จะอยู่ที่ 12,451 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน และกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน แม้ปรับลดประมาณการลงเล็กน้อยเพื่อสะท้อนสมมติฐานสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อราว 4 เดือน แต่จากการมีสัดส่วนลูกค้าตะวันออกกลางต่ำ จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.30 บาท

Back to top button