ฉุกเฉินโหว่ท้ายครัว

ศบค.ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ผิดคาด การ์ดอย่าตก ๆ ไม่งั้นที่ทำมาจะเป็นศูนย์หมด ต้องรอให้ทั้งโลกมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ 28 วัน จึงเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ เจ้าหน้าที่ไม่มีกฎหมาย ไม่สามารถควบคุมผับบาร์อาบอบนวดโรงเรียนอนุบาลให้รักษาระยะห่าง เดี๋ยวเด็กวิ่งไล่ปล้ำกันจะทำยังไง


ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

ศบค.ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ผิดคาด การ์ดอย่าตก ๆ ไม่งั้นที่ทำมาจะเป็นศูนย์หมด ต้องรอให้ทั้งโลกมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ 28 วัน จึงเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ เจ้าหน้าที่ไม่มีกฎหมาย ไม่สามารถควบคุมผับบาร์อาบอบนวดโรงเรียนอนุบาลให้รักษาระยะห่าง เดี๋ยวเด็กวิ่งไล่ปล้ำกันจะทำยังไง

ไม่ผิดคาดอีกเช่นกัน พล..ประวิตร ประธานกรรมการสรรหาวุฒิสภา ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นการเข้ามาคุมพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ ของพี่ใหญ่ คสช. ซึ่งเปรียบเสมือน 2 หัวหน้าพรรคใหญ่

แต่ช่างเถอะ ยุคนี้ไม่มีใครแยแสความชอบธรรม สนใจเรื่องทำมาหากินมากกว่า เช่นถ้าปรับ ครม.ใครจะมาเป็นทีมเศรษฐกิจชุดใหม่

เพราะกรรมการบริหาร พปชร. ประกาศชัดเจน ตั้งทีมเศรษฐกิจใหม่ นำโดยทั่น ศ.ดร. “บิ๊กอาย” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ความเชื่อมั่นคงพุ่งปรี๊ด ยิ่งกว่าไปทำหน้ามาใหม่ ส่งสัญญาณต้องการปรับ ครม.ไล่ทีมอุตตม

แม้ประยุทธยังกั๊ก บอกว่าต้องมีโควตากลาง แต่สี่กุมารคงรอดยาก แม้ทีมสมคิดอุตตม ล้มเหลวมามาก แต่จะเอาใคร ถ้านักการเมืองได้นั่งคลัง นักลงทุนคงหัวร่อก๊าก ต่อให้หากูรูคนใหม่ แต่จะมีเทคโนแครตคนไหน อยากเอามือไปซุกหีบกับประยุทธ์ประวิตรในสถานการณ์อย่างนี้

เศรษฐกิจก็วิบัติ ยังต้องเข้าไปอยู่ในระบบโควตาพรรคการเมือง ไม่เล่นด้วยก็ถูกดดัน จูบปากการเมืองก็ชาวบ้านยี้ ถ้าเข้าไปในโควตาประวิตร ให้ดูตัวอย่าง แค่ปลูกป่ายังพาไลฟ์โค้ชไปตาย

รัฐบาลประยุทธ์จึงเหมือนนุ่งกางเกงตูดขาด หลังบ้านโหว่ พรรคการเมืองวุ่นวาย ต้องการปรับ ครม.ต่างตอบแทน ตั้งแต่พรรคแกนนำ พรรคแมลง ไปจนพรรคแมงหวี่ ที่เสนอชื่อ “เต้ พระรามเจ็ด” ความเชื่อถือของประชาชนต่อพรรคการเมืองตกต่ำสุด

ในขณะที่เบื้องหน้ากลับเสริมอำนาจ รัฐราชการเข้มแข็งควบคุมจับกุมปราบปราม ฉวยความกลัวโควิดมาปั่น ให้ประชาชนอยู่ใต้คำสั่งรัฐเวชกรรมอำนาจนิยม โดยอ้าง New Normal ควบคุมวิถีชีวิต ความมีอิสระเสรี มาตรการหลายเรื่องคนส่วนใหญ่เห็นว่าไร้สาระ แต่ก็จะมีสื่อหรือประชาชนที่อยากเป็น “เด็กดี” ไล่จี้ขี้ฟ้องจ้องจับผิดช่วยราชการ

เช่น ร้านสะดวกซื้อวันนี้ แทบไม่มีใครจดชื่อแล้ว เพราะตัวเลขเป็นศูนย์เกิน 28 วัน แต่ก็จะมีคนหยิบมือเอาไปตำหนิออกสื่อ การ์ดตก ๆ จะพากันตายหมด

อำนาจฉุกเฉินเสริมรัฐเป็นใหญ่ ผนึกทหารตำรวจฝ่ายปกครองสาธารณสุข พลเมืองอาสา ควบคุมประชาชน ทั้งทางการเมืองและการใช้ชีวิตโดยอ้างสุขภาพ ในระบบบริหารก็ฟื้นระบอบพ่อเมือง สดุดีผู้ว่าฯ แทนที่จะมุ่งสู่เลือกตั้งท้องถิ่น ใช้อำนาจจัดระเบียบสังคม ทั้งที่ไม่เกี่ยวโควิด เช่น ไล่จับเด็กแว้น รถซิ่ง เล่นการพนัน แล้วแถมข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งดูเหมือนจะทำให้คนพอใจกับการใช้ยาแรง

ในภาพกว้างคือรัฐประยุทธ์ ปีกที่เป็นรัฐราชการ ภาคจับกุมควบคุมปราบปราม ทหารตำรวจ เข้มแข็งขึ้น ฟื้นความนิยมให้ประยุทธ์ แต่รัฐราชการภาคเศรษฐกิจ ย่ำเท้าหรือถอยหลัง ไม่มีหัวคิดสร้างสรรค์ ปรับตัวไม่ทัน ซ้ำมาตรการควบคุมขัดขวางการกลับสู่ภาวะปกติ เช่นเปิดโรงเรียนก็ต้องสลับกันอยู่บ้าน เรียนออนไลน์ เพิ่มภาระใช้จ่าย เปิดผับบาร์ก็ให้ไปนั่งพับเพียบ ได้ผลทางศีลธรรม

ส่วนปีกการเมือง มีแต่ลงเหวไปเรื่อย ๆ ยิ่งมายิ่งเสื่อม โดยประยุทธ์ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะไม่ว่า พปชร.จะใส่หน้ากากอุตตม หรือหน้ากากป้อม ก็คือพรรคที่ตั้งมาเพื่อสืบทอดอำนาจ อย่าลอยตัวเป็นคนดีคนซื่อไม่เกี่ยวนักการเมือง

สถานะขัดกันอย่างน่าขันเช่นนี้ จะเอาอะไรมารับมือวิบัติเศรษฐกิจ “การระบาดรอบสอง” ของจริงที่ไม่ใช่ไวรัส ซึ่งจะระบาดเป็นโดมิโนในไตรมาส 3-4 ยาวถึงปีหน้า

Back to top button