SET สัปดาห์นี้ ‘Sideways-Down’ กลยุทธ์เน้นย่อซื้อ-ดีดตัวขาย ชู TASCO, TU, CPF หุ้นเด่น

โบรกฯคาด SET สัปดาห์นี้ ‘Sideways-Down’ กลยุทธ์เน้นย่อซื้อ-ดีดตัวขาย ชู TASCO, TU, CPF หุ้นเด่น

Weekly outlook : “Sideways-Down” ต้าน 1,386/1,406 จุด รับ 1,353/1,320 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ (7-10 ก.ค.63) คาดตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ‘Sideways-Down’ เศรษฐกิจในหลายประเทศเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังการเปิดเมืองทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินได้อีกครั้ง ส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งภาคแรงงาน ภาคการผลิต ในเดือนพ.ค.และมิ.ย.ดีขึ้นต่อเนื่อง แต่

อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ถือเป็น Headwind หลัก ยังคงเป็นโอกาสในการเกิด Second Wave โดยเฉพาะในสหรัฐฯที่ยอดผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายรัฐต้องออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่เข้มงวดอีกครั้ง นำโดย

  1. รัฐ Arizonaประกาศปิดบาร์ ยิม โรงหนัง และสวนน้้าอย่างน้อย 30 วัน
  2. 2รัฐ New York และ New Jersey สั่งให้ผู้ทีเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงต้องกักตัวก่อนเข้าเมืองอย่างน้อย 14
  3. รัฐTexas ออกกฎหมายบังคับประชาชนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งแม้ว่าการเกิด second wave นั้นจะอยู่ภายใต้ Base Case ของ Nomura แต่หากการแพร่ระบาดรุนแรงจนนำไปสู่การ Lockdown เต็มรูปแบบอีกครั ง จะถือเป็น Downside risk ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี2020 ได้

ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือมาตรการทางการคลังชุดใหม่จากรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งหากออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินอย่างน้อย 1.5 ล้านล้านเหรียญได้ Nomura ประเมินจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วง 2H20 ฟื้นตัวแบบ V-Shape ได้

ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามากดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง คือความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุด วุฒิสภาสหรัฐฯผ่านร่างกม.คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกกฏหมายความมั่นคงในฮ่องกง ซึ่งลำดับถัดไปจะส่งให้ปธน.Trump ลงนาม ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯนั้นแย่ลงอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่การใช้มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างกันได้ในที่สุด

ส่วนปัจจัยภายใน ยังคงต้องติดตามรายงานประจำครึ่งปีเรื่องMacroeconomic and Foreign Exchange Policies of Major Trading Partners of the United States หรือ FX report ที่ออกโดยกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ซึ่ง Nomura คาดว่า Thailand และ Malaysia มีความเสี่ยงที่จะถูกระบุในรายงาน ว่าเป็นประเทศที่มีการแทรกแซงค่าเงิน (FX manipulator) หากถูกระบุดังกล่าว ไทยต้องทำสัญญากับ US เพื่อแก้ไขปัญหาภายใน 1ปี ไม่เช่นนั้น US อาจใช้มาตรการจัดการ อย่างไรก็ดี มีความเสี่ยงว่าทีมบริหารของประธานาธิบดี Trump อาจจะไม่รอจนถึง 1 ปี และใช้หลักว่าเพื่อความมั่นคงของชาติ เพื่อเก็บภาษีน าเข้าจากสินค้าเข้าของไทย เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ต้องจับตา

กลยุทธ์การลงทุน : ตลาดฟื้นตัวในสัปดาห์ก่อนจาก Sentiment บวกภายนอก แต่ปัจจัยภายในยังจำกัด Upside ดังนั้นพอร์ตลงทุนเชิง Tactical คงแนะนำถือหุ้นเพียง 25% ส่วนการเก็งกำไรเน้นย่อซื้อ-ดีดตัวขาย

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ TASCO, TU, CPF ส่วนสัปดาห์ก่อน TASCO, TOA, SPALI ให้ผลตอบแทน 5.18% ดีกว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน 3.15%

1) TASCO (TP 26.20) : Spread ยางมะตอยอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น เป็นเป้า Upgrade

2) CPF (TP 34.50) : ผลประกอบการมีแนวโน้มโดดเด่น บวกค่าเงินบาทอ่อนค่าหนุน

3) TU (TP 16.20) : คาดผลประกอบการไตรมาส 2 ฟื้นจากไตรมาสก่อน และโดดเด่นในครึ่งปีหลัง