ทนแรงต้านไม่ไหว! รัฐบาลสั่ง “ทัพเรือ” เลื่อนซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ ออกไปอีก 1 ปี

ทนแรงต้านไม่ไหว! รัฐบาลสั่ง “กองทัพเรือ” เลื่อนซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ ออกไปอีก 1 ปี พร้อมมอบหมายเจรจา แจงความจำเป็นกับทางการจีน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้กองทัพเรือชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ออกไปอีก 1 ปี เนื่องจากเข้าใจถึงความกังวลของกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 สภาผู้แทนราษฎร ที่ต้องการให้นำงบประมาณ 3,375 ล้านบาท ไปใช้ในวัตถุประสงค์ด้านอื่นที่มีความจำเป็นก่อน เช่น การดูแลปัญหาปากท้องประชาชน พร้อมมอบให้กองทัพเรือไปชี้แจงต่อ กมธ.ประมาณฯ อีกครั้งในวันนี้ (31 ส.ค.63)

      “นายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลกระทรวงกลาโหมได้พูดคุยภายในกับกองทัพเรือ สรุปว่าให้กองทัพเรือพิจารณาชะลอการสั่งซื้อเรือดำนำลำที่ 2 ที่ 3 ออกไปก่อน” นายอนุชา กล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนของการเจรจาพูดคุยกับทางการจีนในการชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้ได้มอบหมายให้กองทัพเรือเป็นคนไปเจรจาพูดคุยถึงความจำเป็น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของกองทัพด้วยว่าจะดูแลทรัพยากรของไทยอย่างดีที่สุด รวมถึงรัฐบาลจะต้องดูแลประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เพื่อให้ทั้งหมดดำเนินการได้สอดคล้องกัน และให้ประชาชนสบายใจและมั่นใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และยืนยันได้ว่าการดำเนินการจัดซื้อเรือดำน้ำเป็นการทำสัญญาแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ถูกต้องและสัญญาทำเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ลำแรกแล้ว ส่วนลำที่ 2 และ 3 นั้นจะเป็นการทำข้อตกลงเพื่อส่งมอบอย่างต่อเนื่องเท่านั้น

ส่วนเรื่องจะมีการชะลอการจ่ายเงินให้กับทางการจีนหรือไม่ ทางกระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือคงจะไปพูดคุยกับทางการจีนอีกครั้งหนึ่ง โดยในบ่ายนี้จะมีการประชุมสภากลาโหม คาดว่านายกรัฐมนตรีจะได้มีการสอบถามกองทัพเรือเพิ่มเติมว่ามีการเจรจาอย่างไร ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีรับฟังข้อห่วงใยของประชาชนในการดำเนินการดังกล่าวจึงขอให้กองทัพเรือพิจารณาชะลอเรื่องนี้ออกไปก่อน

สำหรับความคืบหน้าการต่อสู้คดีเหมืองทองอัคราที่รัฐบาลถูกยื่นฟ้องนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะเป็นผู้ดูแลด้านกฎหมายจะทราบเรื่องทั้งหมดและชี้แจงได้ชัดเจนกว่า โดยนายกรัฐมนตรีขอให้ดำเนินการไปตามกลไกของผู้ที่รับผิดชอบ