“ศบค.” อัปเดต ผู้ติดเชื้อ “โควิด” ใหม่ ในปท. 1 ราย มาจากตปท. 3 ราย ยอดป่วยสะสม 3,431 คน

"ศบค." อัปเดตตัวเลขผู้ติดเชื้อ "โควิด" ใหม่ ในปท. 1 ราย มาจากตปท. 3 ราย ดันยอดป่วยสะสม 3,431 คน

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวันที่ 4 ก.ย.63 เมื่อเวลา 11.30 น.

โดยระบุว่า ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 4 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 รายตามที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)​ ได้แถลงข่าวไปเมื่อวานนี้ (3 ก.ย.)​ และผู้ที่เดินทางมาจากประเทศ และเข้าพักยังสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ หรือ State Quarantine 3 ราย

ทั้งนี้ ทำให้จำนวนผู้ป่วยสะสมยืนยัน เพิ่มขึ้นเป็น 3,431 ราย จำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2,445 ราย อยู่ใน State Quarantine 493 ราย รักษาหายแล้ว 3,277 ราย ยังรักษาอยู่ 128 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดเสียชีวิตรวม คงที่ 58 ราย

สำหรับผู้ติดเชื้อในประเทศ เป็นผู้ต้องขังชายไทย อายุ 37 ปี อาชีพดีเจในร้านอาหารหลายแห่ง วันที่ 26 ส.ค. เข้าสู่ระบบกักกัน ก่อนเข้าแดนปกติในเรือนจำ ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ในวันที่ 2 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ โดยเริ่มป่วยวันที่ 29 ส.ค. มีเสมหะ เข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์

สำหรับไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายนี้ คือ วันที่ 15 ส.ค. 17 ส.ค. 20 ส.ค. 22 ส.ค. และ 24 ส.ค. เป็นดีเจที่ร้าน 3 วัน 2 คืน พระราม 3 เวลา 24.00-02.00 น.

วันที่ 16 ส.ค. 21 ส.ค. และ 23 ส.ค. เป็นดีเจที่ร้าน 3 วัน 2 คืน พระราม 5 เวลา 22.00-01.00 น.

วันที่ 18 ส.ค. เป็นดีเจที่ร้านเฟิร์สคาเฟ่ ข้าวสาร เวลา 21.00-24.00 น.

วันที่ 26 ส.ค. เวลา 09.00 น. เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวไปศาลรัชดา พบบิดาผู้ป่วย (ทนาย) ตัดสินที่ห้อง 801 ร่วมกับผู้ต้องหา 2 คน เป็นชาย 1 หญิง 1

เวลา 10.30 น. ตัดสินคดี เจ้าหน้าที่ 2 คนใส่กุญแจมือพาผู้ป่วยและผู้ต้องหาอีก 2 คนลงลิฟต์ไปห้องฝากขังใต้ศาลรัชดา อยู่ร่วมผู้ต้องขัง 16 ราย

เวลา 18.00 น. มีรถมารับผู้ป่วยและผู้ต้องขังรวม 16 คน ไปที่ทัณฑสถาน โดย 8 คนรวมผู้ป่วยไปที่แดนบำบัด อีก 8 คน ไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

เวลา 19.00 น. ถึงเรือนจำ มีการตรวจอาวุธ ตรวจวัดไข้ คัดกรองโควิด ตัดผมก่อนเข้า State Quarantine 14 วัน

วันที่ 29 ส.ค. เริ่มมีเสมหะ วันที่ 2 ก.ย. ผลตรวจเป็นบวก วันที่ 3 ก.ย. ดำเนินการสอบสวนโรค

สรุปมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ คือ คอนโด สัมผัสเสี่ยงสูง 6 ราย ผลตรวจ 5 รายไม่พบเชื้อ ส่วนอีกรายเป็นแม่ภรรยาอยู่ระหว่างรอการตรวจ โดยมีการแยกกักและติดตาม 14 วัน

ร้านอาหาร 3 วัน 2 คืน สัมผัสเสี่ยงสูง 1 คน เป็นเพื่อนดีเจ โดยจะแยกกักและติดตาม 14 วัน และค้นหาผู้สัมผัสเพิ่มเติม

ศาลอาญา ผู้สัมผัส 492 คน สัมผัสเสี่ยงสูง 14 คน เสี่ยงต่ำ 478 คน ผลตรวจสัมผัสเสี่ยงสูง 10 คนและเสี่ยงต่ำ 148 คนไม่พบเชื้อ โดยกลุ่มเสี่ยงสูงให้กักตนเองที่บ้าน 14 วัน กลุ่มเสี่ยงต่ำจะประสานศูนย์บริการติดตามเฝ้าระวังอาการ 14 วัน

โรงพยาบาลทัณฑสถาน มีผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 6 คน ให้ติดตามเฝ้าระวังอาการ 14 วัน

ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เจ้าหน้าที่ / อสจร. สัมผัส 40 คน เป็นเสี่ยงสูง13 คน เสี่ยงต่ำ 27 คน นัดเก็บตัวอย่างวันที่ 8 และ 16 ก.ย. โดยกลุ่มเสี่ยงสูงควรแยกกักเพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อ ผู้ต้องขังนอนห้องเดียวกัน เป็นสัมผัสเสี่ยงสูง 36 คน ผลตรวจเป็นลบทุกราย เตรียมเก็บตัวอย่างตรวจวันที่ 8 และ 16 ก.ย. โดยควรแยกจากผู้ต้องขังรายอื่นเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ผู้ต้องขังรถคันเดียวกัน เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 8 คน อยู่ระหว่างรอผลตรวจ และควรแยกกักจากผู้ต้องขังรายอื่น

สรุปมีผู้สัมผัสรวม 589 คน อยู่ระหว่างสัมภาษณ์เพิ่ม 34 คน สัมผัสเสี่ยงสูง 78 คน และสัมผัสเสี่ยงต่ำ 511 คน

ส่วนผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 3 ราย

รายที่ 1 มาจากสหรัฐอเมริกา อายุ 31 ปี เดินทางถึงไทย วันที่ 25 ส.ค. เข้าพัก Alternative State Quarantine วันที่ 1 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ

รายที่ 2 มาจากสิงคโปร์ เป็นชายไทย อายุ 54 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทย เมื่อวันที่ 30 ส.ค. เข้าพัก State Quarantine ในกรุงเทพมหานคร​และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ในวันที่ 2 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ โดยไม่มีอาการ

รายที่ 3 มาจากซาอุดิอาระเบีย เป็นชายไทย อายุ 53 ปี อาชีพล่ามของสำนักงานแรงงาน เดินทางถึงไทย เมื่อวันที่ 2 ก.ย. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ในวันที่ 3 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ พบมีประวัติป่วยด้วยโควิด-19 เมื่อเดือน ก.ค.-ส.ค.63 เข้ารับการรักษาที่ซาอุดิอาระเบีย ผลตรวจก่อนกลับ วันที่ 29 ส.ค. ไม่พบเชื้อ