จัด 13 หุ้นเด่น โบรกฯ แนะเพิ่มน้ำหนัก รับแนวโน้มกำไรโตแกร่ง

จัด 13 หุ้นเด่น โบรกฯ แนะเพิ่มน้ำหนัก รับแนวโน้มกำไรโตแกร่ง

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในภาวะตลาดหุ้นไทย โดยนักวิเคราะห์แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักยังคงโฟกัสไปยังหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่เห็นโมเมนตัมการเติบโตของกำไรอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีโอกาสฟื้นตัว

ทั้งนี้ บล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ (15 ก.ย.2563) โดยคาดว่ามูลค่าการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยยังคงเบาบางต่อไป สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯที่เมื่อคืนนี้ปรับขึ้นโดดเด่น และยังคงเป็นตลาดหุ้นที่ปรับตัว Outperform ตลาดหุ้นอื่นๆอย่างชัดเจนในช่วงนี้ ในเชิงกลยุทธ์ สำหรับผู้ที่ได้เข้าซื้อหุ้นไปแล้วบางส่วนที่บริเวณดัชนี 1270 จุดกว่าๆ ซึ่งใกล้เคียงกับบริเวณแนวรับประจำเดือนของเราที่ 1270 จุด มองว่าสามารถถือหุ้นในส่วนนั้นได้ และรอขายทำรอบที่บริเวณดัชนี 1300-1310 จุด ในส่วนของผู้ที่ยังไม่ได้เข้าซื้อหรือเพิ่มน้ำหนัก มองว่าให้ใช้โอกาสที่ SET ย่อตัวลงมาแตะบริเวณ 1270 จุดหรือต่ำกว่า ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในวันนี้หรือสัปดาห์นี้ ในการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นได้

Picks: โดยหุ้นที่แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักยังคงโฟกัสไปยังหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่เห็นโมเมนตัมการเติบโตของกำไรอย่างชัดเจน โดยธีมการลงทุนแนะนำประจำเดือนยังคงได้แก่

1) กลุ่มบริหารหนี้ ได้แก่ BAM, JMT, CHAYO

2) กลุ่มบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ SFLEX, PTL, BGC, UTP

3) กลุ่มปั๊มน้ำมัน ได้แก่ PTG

4) กลุ่มถุงมือยาง ได้แก่ STGT

5) หุ้นอื่นๆที่มี Earnings momentum เชิงบวก ได้แก่ ILINK, PRM, TKN, TPCH

บทวิเคราะห์วันนี้

S (ถือ ราคาเป้าหมาย 1.47 บาท) การฟื้นตัวโดยรวมใช้เวลานานกว่าคาด

CPF (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 41 บาท) เตรียมเข้าซื้อธุรกิจสุกรในจีน มองเป็นบวกทั้งระยะสั้นและยาว

JMT: Stock Comment (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 35 บาท) มอง General Mandate ไม่ได้เป็นลบอย่างที่สะท้อนในราคาหุ้น

Strategy

บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT มองต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ว่าราคาหุ้นที่ปรับลงมาเมื่อวันศุกร์ค่อนข้างจะ Overreact จนเกินไป เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตที่น่าจะทำได้เพิ่มขึ้นเกินกว่า 30% ต่อปี หากบริษัทนำเงินที่ได้จากแผนการเพิ่มทุนทั้งหมดไปลงทุนซื้อหนี้เข้ามาบริหารในพอร์ตอีก ด้วยเหตุนี้ในเชิงกลยุทธ์ สำหรับผู้ที่เข้าสะสมหุ้นที่ราคาต่ำกว่า 30 บาทตามที่เราแนะนำไปแล้ว แนะนำถือครองจนกว่ารคาจะเข้าใกล้เป้าหมายของเราที่ 35 บาทอีกครั้ง จึงใช้เป็นจุด Take profit ทำรอบได้ ส่วนในวันนี้ เราออกบทวิเคราะห์เชิงพื้นฐานอีกครั้ง ปรับคำแนะนำจาก “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” เป็น “ซื้อ” คาดกำไร 2H63 และปี 2564 จะเติบโตทำ New high ต่อเนื่อง โดยกำไร 2H63 จะได้รับผลบวกเต็มที่จากการตัดต้นทุนหนี้บางกองหมดใน 2Q63 ที่ผ่านมา ขณะที่กำไรของปี 2564 จะได้รับผลบวกจากฐานหนี้ใหญ่ขึ้นจากการลงทุนซื้อหนี้ต่อเนื่อง บวกกับอาจมีการกลับสำรองประกัน COVID-19 ที่ตั้งไว้สูงถึง 150% ใน 1Q63

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เตรียมให้ CTI ซึ่งเป็นบริษัทลูกทางอ้อมแลกหุ้นกับ CTIA ซึ่งเป็นธุรกิจสุกรในจีน โดยมีสัดส่วนการแลกหุ้น CTI จะอยู่ที่ PER ราว 15.9 เท่า ต่อ CTIA ราว 6 เท่า ทำให้ CPF ได้เปรียบในธุรกรรมดังกล่าวในด้านราคา มองเป็นบวกในอนาคตโดยกำไรปกติของ CPF จะเพิ่มขึ้นทันทีที่ธุรกรรมเสร็จสิ้น อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะบันทึกกำไรพิเศษจากธุรกรรมเข้ามาอีกด้วย คาดการควบรวมมีโอกาสเกิด Synergy ที่ทำให้ CTI สามารถขยายธุรกิจในจีน หนุนให้กำไรของ CPF เติบโตในอนาคต ทั้งนี้ เรากำลังอยู่ระหว่างการปรับประมาณการ ในเบื้องต้นมองธุรกรรมเป็นบวก แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายเดิมที่ 41 บาท

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน