พาราสาวะถี

ข่าวหุ้นธุรกิจฉบับที่อยู่ในมือท่านวันนี้ครบรอบปีที่ 26 และกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ท่ามกลางสถานการณ์ของประเทศที่ยังหาความแน่นอนไม่ได้ เช่นเดียวกับสถานการณ์ของแวดวงสื่อสารมวลชน ที่รูปแบบการเสพของผู้รับสารเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ทีมงานข่าวหุ้นทุกภาคส่วนก็ยังคงมุ่งมั่นผลิตสื่อที่มีคุณภาพเป็นกระบอกเสียงอิสระแห่งตลาดทุนกันต่อไป ด้วยความเข้มข้นในเนื้อหาและนำเสนอข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา ชัดเจนในทุกประเด็น

อรชุน

ข่าวหุ้นธุรกิจฉบับที่อยู่ในมือท่านวันนี้ครบรอบปีที่ 26 และกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ท่ามกลางสถานการณ์ของประเทศที่ยังหาความแน่นอนไม่ได้ เช่นเดียวกับสถานการณ์ของแวดวงสื่อสารมวลชน ที่รูปแบบการเสพของผู้รับสารเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ทีมงานข่าวหุ้นทุกภาคส่วนก็ยังคงมุ่งมั่นผลิตสื่อที่มีคุณภาพเป็นกระบอกเสียงอิสระแห่งตลาดทุนกันต่อไป ด้วยความเข้มข้นในเนื้อหาและนำเสนอข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา ชัดเจนในทุกประเด็น

รับไม่ได้จริง ๆ กับข้อกล่าวหาที่ว่า รัฐบาลตูดขาด ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจจึงปรี๊ดแตกกับนักข่าวทำเนียบรัฐบาลสองวันติด เข้าใจได้เพราะการตั้งคำถามเช่นนี้เท่ากับการดูแคลนสติปัญญาและความสามารถในการบริหารของท่านผู้นำและชาวคณะนั่นเอง แต่สิ่งที่หลายคนแสดงความกังขากับคำอธิบายของท่านผู้นำที่ว่าประเทศยังมีเงินคงคลังมหาศาล แล้วรัฐบาลจะกู้มาเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และเรื่องอื่น ๆ เพื่ออะไร

ในมิติของคำตอบเชิงการเมืองก็แถไถกันไปต่าง ๆ นานา แต่ถ้าเป็นนักบริหารมืออาชีพ ต้องแจกแจงให้ชัดว่า บนภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นนั้น มีมาตรการในการตั้งรับและขยับขับเคลื่อนเพื่อจะนำพาประเทศก้าวข้ามพ้นไปได้อย่างไร ไม่ใช่เที่ยวคุยฟุ้งเรื่องความสามารถในการป้องกันและแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด-19 จนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ซึ่งนั่นมันไม่ใช่ความสามารถของรัฐบาล หากแต่เป็นประสิทธิภาพของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงความร่วมมืออันดีของประชาชนในประเทศ

ไม่เพียงเท่านั้น ในจังหวะที่ท่านผู้นำก็พร่ำบอกว่าสถานการณ์ของประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติ ทุกคนต้องร่วมมือกันในการช่วยฟันฝ่า เอาชนะอุปสรรคไปให้ได้ แต่พอหันกลับไปมองยังพรรคสืบทอดอำนาจ อันเป็นแกนหลักในการสนับสนุนให้ผู้นำเผด็จการกลับมาสืบทอดอำนาจ ยังมีการแก่งแย่ง เรียกร้องขอเก้าอี้รัฐมนตรีกันไม่หยุดหย่อน เรื่องข่าวปล่อยของผู้ไม่หวังดีนั้นไม่มี มีแต่ข่าวปล่อยของ พวกกระสันอยาก ที่เป็นคนกันเองเสียมากกว่า

มิเช่นนั้น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคสืบทอดอำนาจ คงไม่ออกมาป่าวประกาศว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นโควตาของนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะสยบความเคลื่อนไหวของพวกเสือหิวเสือโหยภายในพรรค และจะได้ไม่เป็นการทำให้น้องเล็กอันเป็นที่รักต้องเครียดจนกระทั่งโมโหโกรธา แต่ก็อย่างว่าการเมืองเมื่อเลือกที่จะกระโดดเข้ามาสู่สนามนี้แล้ว ทุกอย่างคือการลงทุน ไม่ยอมอย่างหนึ่งก็ต้องควักจ่ายอย่างหนึ่งเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับคำว่าเสถียรภาพ

ส่วนเรื่องที่ว่าแรงกระเพื่อมจะยุตินั้นไม่มีทาง อย่างไรก็ตาม การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่สภาผู้แทนราษฎรจะถกในวาระ 2 และ 3 วันนี้และพรุ่งนี้ อาจจะเป็นตัวช่วยทำให้สถานการณ์กดดันของฝ่ายการเมืองยุติลงไปชั่วครู่ จากนั้นก็รอดูความเคลื่อนไหวของม็อบคนหนุ่มสาวที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 กันยายนนี้ว่า สถานการณ์จะดำเนินไปในทิศทางใด แต่ที่ยับเยินไปก่อนรัฐบาลคือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การสั่งห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมใช้สถานที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ลำพังคำสั่งของอธิการบดี คงมีกระแสต่อต้านและท้าทายในส่วนของกลุ่มเคลื่อนไหว แต่พลันที่มีกลุ่มศิษย์เก่าที่พอชี้หน้าไปแต่ละคนก็รู้ว่าติดหนวดกันทั้งนั้น ออกมาถือหางและแสดงออกด้วยท่วงทำนองที่อุ้มสมเผด็จการอย่างออกนอกหน้า มันจึงไปกันใหญ่ ยิ่งล่าสุด แก้วสรร อติโพธิ ผุดวาทกรรม “ปิดมธ.พอกันทีวีรชน”และ “เผด็จการม็อบ ก็ยิ่งทำให้เห็นธาตุแท้ของเครือข่ายอำนาจเผด็จการสืบทอดได้เป็นอย่างดี

ไม่ต้องมาสร้างเกราะป้องกันให้กับตัวเองว่า  ไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจของคสช. และไม่เคยใช้เวทีกปปส.กวักมือเรียกให้ทหารออกมาปฏิวัติ เพราะพฤติกรรมกับสิ่งที่แสดงออกมันบ่งชี้ชัดเจน จะมีคนเชื่อก็แต่เชียร์เผด็จการแบบไม่ลืมหูลืมตาเท่านั้น วันนี้มันหมดยุคแล้วที่จะพูดในเรื่องโกหกจนกลายเป็นเรื่องจริง ยิ่งพวกที่เคยไปร่วมขบวนการเป่านกหวีด เวลานี้ต่างรู้กันถึงแก่นแล้วว่า ได้ยกระดับคุณภาพชีวิต ทำให้การทำมาค้าขายดีขึ้นหรือเลวลง

ที่แย่ไปกว่านั้นหากแก้วสรรจะอุตส่าห์ตักน้ำใส่กะโหลกแล้วชะโงกไปดูข้ออ้างเรื่องการปฏิรูปที่ตัวเองไปร่วมเป่านกหวีดนั้น ได้ดำเนินการอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง นอกจากไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังกลับทำให้แย่ลงไปกว่าเดิม รัฐธรรมนูญที่ได้มานอกจากเพื่อการสืบทอดอำนาจแล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไรดี เพราะถ้าดีจริงก็คงไม่ขยับขอแก้ไข ถึงขั้นประกาศให้เป็น 1 ในนโยบายเร่งด่วน ข้อสำคัญที่แกนนำม็อบอย่างแก้วหน้าม้าน่าจะรู้ดีคือ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งแค่โกหกคำโตเพื่อให้คณะเผด็จการได้เข้ามายึดอำนาจเท่านั้น

ไม่ต่างกันด้วยนิสัยอย่างหนาของขบวนการนกหวีด พรรคของ สุเทพ เทือกสุบรรณ จึงประกาศไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและพร้อมจะคว่ำร่างที่เสนอขอแก้ไขด้วย ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะขนาดอยู่ในเพศบรรพชิตแท้ ๆ ยังชูจักแร้เสนอหน้าว่าสนับสนุนผู้นำเผด็จการ ยิ่งไปกว่านั้นก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจนี่ไง จึงทำให้พรรคการเมืองนี้ได้มีส.ส.พร้อมกับบำเหน็จรัฐมนตรีเป็นของแถมให้อีก 1 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมใหญ่ที่จะเกิดขึ้นเรื่องสถานที่คงไม่มีปัญหาอะไร ปัจจัยชี้ขาดอยู่ที่มวลชนซึ่งจะเข้ามาร่วม หากมากันเรือนหลายหมื่นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เป็นฐานที่มั่นแต่อย่างใด ขบวนการต่อสู้ของประชาชนถ้าจุดติดแล้ว ทุกที่ทุกหนแห่งคือศูนย์รวมของการแสดงพลังทั้งสิ้น ความหวั่นไหวของฝ่ายสืบทอดอำนาจก็มีให้เห็นอยู่แล้ว ผ่านการให้สัมภาษณ์ตั้งแต่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจไปจนถึงลิ่วล้อทั้งหลาย

การยกเอาประเด็นจ้างงานนักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ 2.6 แสนตำแหน่งมาเป็นข้ออ้าง และถามหาความรับผิดชอบจากม็อบนั้น มันดูเบาและเขลาเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องมันไม่ได้หมายถึงความเดือดร้อนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น หากแต่มันเป็นปัญหาของคนทั้งประเทศ วันนี้คนตกงาน ไม่มีอันจะกินมันมากมายมหาศาล โดยที่รัฐบาลยังไม่มีปัญญาทำให้อะไรให้ดีขึ้นซึ่งมันก็คือความไร้สามารถในการบริหารงานที่ไม่ควรจะได้รับโอกาสอยู่ต่อไปนั่นเอง