พาราสาวะถี

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังลูกผีลูกคน สัญญาณการหยุดยิงจนนำไปสู่การเจรจากันรอบสองเพื่อให้ได้ข้อยุติระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ยังเป็นเรื่องยักแย่ยักยัน


สถานการณ์ตะวันออกกลางยังลูกผีลูกคน สัญญาณการหยุดยิงจนนำไปสู่การเจรจากันรอบสองเพื่อให้ได้ข้อยุติระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ยังเป็นเรื่องยักแย่ยักยัน ฟัง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำมะกันสื่อสาร ยังดำเนินไปในลักษณะไม่อยู่กับร่องกับรอย ขณะที่อิหร่านก็เต็มไปด้วยความหวาดระแวง และมองเห็นความไม่จริงใจของฝ่ายสหรัฐฯ เห็นได้จากการที่เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือบรรทุกน้ำมันผ่านได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็มีการประกาศปิดอีกระลอก เหล่านี้ย่อมส่งผลถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังคงผันผวนต่อไป

เพียงแต่ว่าแนวโน้มจะไม่หนักหน่วง รุนแรงเหมือนช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก หนทางในการที่จะรอมชอมกันระหว่างคู่ขัดแย้งมีความเป็นไปได้มากกว่าช่วงของการตะลุมบอน นั่นทำให้รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล มีจังหวะหายใจหายคอ ไม่ต้องถูกกดดันด้วยภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นก่อนหน้า ชนิดที่ถูกตราหน้าว่า ถอนทุนคืนทางการเมืองกันอย่างรวดเร็ว และมีเรื่องผลประโยชน์ของกลุ่มทุนที่หนุนหลังโดยมองไม่เห็นหัวประชาชน ไม่คำนึงถึงผลกระทบและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น

บังเอิญว่าในจังหวะที่ปัญหาน้ำมันไม่ถูกไล่บี้เอาเป็นเอาตายเหมือนก่อนหน้า ก็เกิดข่าวร้อนเกี่ยวกับความมั่นคงว่าด้วยวาทกรรมหลังไมค์ของ พลโทนรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 จากการแถลงข่าวความคืบหน้าคดีการลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 นราธิวาส พรรคประชาชาติ กับวลีเด็ดที่ว่า “ถ้าผมทำรับรองไม่รอด” กลายเป็นการจุดประเด็นร้อนถึงความเหมาะสมในคำพูดดังกล่าว ถือเป็นการข่มขู่ วางกล้ามของผู้มีอำนาจเต็มในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีปมปฏิบัติการณ์ข่าวสารหรือไอโอที่พุ่งเป้าเล่นงานนักข่าวคนดัง ฐปนีย์ เอียดศรีไชย ที่ไปสัมภาษณ์ประเด็นร้อนดังกล่าวกับแม่ทัพภาคที่ 4 กระทั่งต้องไปยื่นหนังสือร้องต่ออนุทินในวันที่ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ในเมื่อ สายสัมพันธ์ระหว่างผู้นำสายตรงอนุรักษ์นิยมกับฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะกองทัพนั้นแนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะไปกระทบต่อการทำงานของแม่ทัพภาคที่ 4 แต่อย่างใด

ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์พื้นที่ปลายด้ามขวานนั้น เกิดขึ้นมานานกว่า 20 ปีแล้ว คำถามที่แม่ทัพภาคที่ 4 ย้อนกลับไปยัง พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่ตามติดคดีลอบยิง สส.ในสังกัด ในทำนองที่ว่า เคยเป็นข้าราชการที่รับผิดชอบดูแลเรื่องไฟใต้ และเป็นรัฐมนตรียุติธรรมมาก่อน ทำไมจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ ฟังดูก็ชวนให้คิด แต่ฝ่ายความมั่นคงน่าจะลืมไปว่า อำนาจเต็มที่แท้จริงต่อการสะสางความไม่สงบในพื้นที่นั้น อยู่ในมือของแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า

มีกฎหมายพิเศษคือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ให้อำนาจในการดำเนินการอย่างเต็มที่ 20 กว่าปีที่ผ่านมา เกิดคำถามมากมาย งบประมาณที่ทุ่มถมกันลงไปทำไมถึงดับไฟใต้ไม่ได้ มากไปกว่านั้นกรณีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ รถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของกอ.รมน. มีการปล่อยให้คนร้ายยืมไปใช้ลงมือสังหารผู้แทนราษฎรได้อย่างไร เหล่านี้ แม้จะเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนสอบสวนของตำรวจ แต่ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ต้องแจกแจงเรื่องนี้เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเคลือบแคลง

ใครก็ตามถ้าได้เกาะติด หรือลงไปสัมผัสสถานการณ์ในพื้นที่จริงน่าจะเข้าใจได้ว่า เหตุใดไฟใต้จึงไม่มอดลงเสียที ทั้งที่ยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี ในฐานะคนที่เคยลงไปพบปะทั้งฝ่ายปฏิบัติงานที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกหน่วยงาน รวมทั้งการพบปะกับผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ ช่วงที่สถานการณ์กับกำลังร้อนตั้งแต่ปี 2547 และ 2548 ไม่น่าเชื่อว่า ผ่านมาถึง พ.ศ.นี้แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ฝ่ายกุมอำนาจรัฐไม่ว่าระดับไหนน่าจะรู้ดี ทำไมจึงแก้ไข นำความสงบสุขคืนพี่น้องประชาชนไม่ได้เสียที

สิ่งที่อนุทินบอกไม่ใช่เป็นคนแรก แต่ผู้นำทุกยุคต่างมองเห็นตรงกัน ด้วยพื้นฐานและทรัพยากรที่มีของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ถ้าไม่มีเหตุความไม่สงบ จะสามารถสร้างรายได้มหาศาลทั้งจากการลงทุน ค้าขาย และการท่องเที่ยว กว่า 20 ปีที่ขาดโอกาสตรงนี้ ปัญหาใหญ่คือ ความขัดแย้ง แตกแยกทางความคิด ไม่สามารถลบล้าง ถึงขนาดที่ว่าฝ่ายความมั่นคงยุคก่อนบอกว่า ต้องกำจัดบรรดาแกนนำ และแนวร่วมทั้งหมดให้สิ้นซาก จึงจะสามารถนำความสงบกลับคืนมาได้

ความจริงเป็นที่รู้กัน การทำงานต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ใช้ความจริงของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาตั้งวงถกกันให้ได้ข้อยุติ ทุกโครงการที่เกี่ยวข้องต่อการสร้างสันติสุข จะต้องเป็นเรื่องของการดูแลทุกข์สุข เกิดประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่เน้นสร้างอีเวนต์แล้วมีผู้ได้รับอานิสงส์ไม่กี่คน เช่นนี้ ทุ่มงบมหาศาลแค่ไหนก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ตัวบุคคลที่ฝ่ายกองทัพส่งลงไป โดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ 4 คนล่าสุด ย่อมมีฝีมือและว่ากันว่าน่าจะสางปัญหาทั้งหลายที่คั่งค้างได้เป็นอย่างดี แต่ท่าทีที่ปรากฏตามข่าว ย่อมเป็นการบ้านข้อใหญ่ที่อนุทินคงต้องถกกับระดับผู้นำของฝ่ายความมั่นคงแล้วว่า จะไปต่อกันแบบไหน

ผู้นำในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ เมื่อเริ่มต้นด้วยความหวาดระแวง คนในพื้นที่รู้สึกว่าถูกปลุกให้เกิดความเกลียดชัง แล้วยังมีเรื่องของไอโอที่ด้อยค่ากลุ่มต่าง ๆ มันก็เหมือนการสะกิดแผล แล้ว ขยายผลความบาดหมางที่อาจจะสงบลงไปบ้างแล้ว ให้กลับมาเกิดความไม่เข้าใจกันกับทุกฝ่ายที่อยู่ในเส้นทางเพื่อหาทางปรองดอง และเดินไปด้วยกัน เริ่มต้นด้วยความรู้สึกเหมือนถ่างให้ห่างออกจากกัน ปลายทางของความสงบย่อมริบหรี่ อยู่ที่ผู้นำรัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะหาทางลงจากเรื่องร้อนที่ถูกจุดขึ้นนี้อย่างไร

อรชุน

Back to top button