“พาณิชย์” เผยยอดตั้งบริษัทใหม่ ส.ค. 5,538 ราย-ไฟเขียวต่างชาติลงทุนเพิ่ม เม็ดเงิน 9 พันลบ.

“กระทรวงพาณิชย์” เผยยอดตั้งบริษัทใหม่ ส.ค. 5,538 ราย-ไฟเขียว ต่างชาติลงทุนเพิ่ม เม็ดเงิน 9 พันลบ.

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในเดือนส.ค.63 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 5,538 ราย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 435 ราย หรือลดลง 7% ส่วนมูลค่าทุนจดทะเบียน 14,316 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2,856 ล้านบาท หรือลดลง 17%

โดยประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 548 ราย คิดเป็น 10% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 284 ราย คิดเป็น 5% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร 162 ราย คิดเป็น 3%

ส่วนจำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการในเดือนส.ค.63 มี 1,337 ราย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 418 ราย หรือลดลง 24% ส่วนมูลค่าทุนจดทะเบียน 5,408 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 23,525 ล้าบาท หรือลดลง 81% ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

โดยประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 115 ราย คิดเป็น 9% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 65 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร 38 ราย คิดเป็น 3%

ส่งผลให้ ณ วันที่ 31 ส.ค. 63 มีธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 770,278 ราย คิดเป็นมูลค่าทุน 18.57 ล้านล้านบาท

รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังกล่าวถึงการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว ในเดือนส.ค.63 ว่า มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 58 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 21 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 37 ราย เม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 9,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก.ค. 3,804 ล้านบาท คิดเป็น 72% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 21 ราย เงินลงทุน 7,159 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จำนวน 5 ราย เงินลงทุน 39 ล้านบาท และจีน จำนวน 2 ราย เงินลงทุน 125 ล้านบาท