JCK เดินหน้าขายพื้นที่นิคมฯ “ทีเอฟดี 2” 100 ไร่ หลังรัฐเปิดให้ต่างชาติเข้าประเทศ

JCK พร้อมเดินหน้าขายพื้นที่นิคมฯ "ทีเอฟดี 2" ร่วม 100 ไร่ หลังรัฐเปิดให้ต่างชาติทยอยเข้าประเทศ

นายอภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการบริหารและประธานกรรมการ บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JCK เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลได้ออกประกาศผ่อนคลายให้คนต่างชาติทยอยเดินทางเข้ามาในประเทศได้ ก็จะทำให้นักลงทุนที่มีความประสงค์ที่จะเข้ามาลงทุนในไทยสามารถที่จะเดินทางเข้ามาเพื่อเจรจาธุรกิจ ซึ่งบริษัทก็มีนักลงทุนที่พร้อมจะเข้ามาเจรจากับบริษัทในชุดแรกหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้ามาซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 2 มียอดรวมประมาณ 100 ไร่เพื่อสร้างโรงงาน

ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 2 ค่อนข้างได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนักลงทุนชาวจีนและไต้หวัน ถึงแม้ว่านักลงทุนจะไม่สามารถเข้ามาในประเทศได้ก็ในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ก็ได้มีการประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์กันเป็นระยะ ๆ

นอกจากนี้ในส่วนของโรงงานสำเร็จรูปและอาคารคลังสินค้า บริษัทก็ได้มีการทำบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น (MOU) ซื้อขายกับนักลงทุนไปแล้วประมาณ 50,000 ตารางเมตร มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท คาดว่าน่าจะทำสัญญาซื้อขายได้ภายในเดือน ต.ค.นี้

ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น ในปีนี้บริษัทจะรับรู้รายได้จากธุรกิจคอนโดมิเนียม โครงการ Artizan ซึ่งมีมูลค่าโครงการประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยล่าสุดสามารถทำยอดขายได้แล้วกว่า 80% และคาดว่าภายในปีนี้จะสามารถโอนให้แก่ลูกค้าได้ไม่น้อยกว่า 50% ของยอดขาย ขณะที่ประมาณการว่าจะขายได้หมดไม่เกินไตรมาส 1/64  และปิดโครงการได้ภายในปี 64

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ (29 ก.ย.) ยังได้อนุมัติออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (วอร์แรนต์) ครั้งที่ 6 หรือ JCK W-6 เพื่อให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท ในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญต่อ 1 วอร์แรนต์ โดยไม่คิดมูลค่าคิดเป็นจำนวน 1,073,517,239 หน่วย กำหนดราคาใช้สิทธิ 2 บาทต่อหุ้น ระยะเวลาการใช้สิทธิ 2 ปี ซึ่งเมื่อผู้ถือหน่วยใช้สิทธิจะทำให้บริษัทได้รับเงินสดจำนวน 2,147 ล้านบาท

ทั้งนี้บริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการแปลงสิทธิไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่บริษัท จ่ายชำระหนี้ และที่สำคัญจะนำไปใช้ในการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ของบริษัทด้านการให้บริการระบบสาธารณูปโภคครบวงจร ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา น้ำดิบที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม การบำบัดน้ำเสีย โดยธุรกิจสาธารณูปโภคนับเป็นโครงการสำคัญที่จะทำรายได้อย่างมากให้แก่บริษัทในอนาคต โดยบริษัทได้ให้บริษัทลูกเป็นผู้รับผิดชอบโครงการและได้เตรียมทีมงานไว้พร้อมแล้ว