SUPEREIF คาดรฟฟ. “สระแก้ว” หวนเดินเครื่องสัปดาห์นี้ หลังหยุดผลิตจากน้ำท่วม

SUPEREIF คาดรฟฟ. “สระแก้ว” หวนเดินเครื่องสัปดาห์นี้ หลังหยุดผลิตจากน้ำท่วม

บลจ.บัวหลวง (บริษัทจัดการ) ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) (กองทุนฯ) ได้รับแจ้งจากบริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (บริษัทฯ) เกี่ยวกับเหตุการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาที่จังหวัดสระแก้ว เนื่องจากมีพายุดีเปรสชั่นและร่องมรสุมพาดผ่าน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าหันทราย ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลหันทราย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ที่ได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วม เมื่อเวลาประมาณ 6.00 น. ของวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ภาวะฝนที่ตกหนักทำให้ระดับน้ำบริเวณโดยรอบโครงการสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไหลเข้ามาเต็มพื้นที่โครงการ อย่างไรก็ตามระดับน้ำไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ห้องควบคุม และอาคาร power house ซึ่งมีเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าตั้งอยู่ แต่จะท่วมหลักๆ ในส่วนแผงพลังงานแสงอาทิตย์แถวล่างที่อยู่ระดับพื้นที่ต่ำบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่โครงการมีความลาดชันเล็กน้อย อย่างไรก็ดี บริษัทฯได้ตัดสินใจไม่ดำเนินการผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ช่วงเวลาที่เกิดเหตุที่กล่าวถึงข้างต้นเพื่อความปลอดภัยโดยรวม

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด ขณะนี้ปริมาณฝนที่เริ่มทยอยลดลง ประกอบกับเจ้าหน้าที่ของโครงการได้พยายามระบายน้ำออกเท่าที่สามารถจะดำเนินการได้ ทั้งการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ การทำแนวดิน รวมถึงการขุดลอกทางน้ำเพื่อระบายออกนอกโครงการ ปริมาณน้ำที่เข้าท่วมในโครงการจึงมีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ภายหลังน้ำลดแล้ว บริษัทฯจะเข้าสำรวจความเสียหายและเร่งซ่อมแซมในส่วนที่สามารถใช้งานได้เพื่อให้สามารถกลับมาผลิตไฟฟ้าตามปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตไฟฟ้าได้อีกครั้งภายในช่วง 1-2 วันนี้ ส่วนจะกลับมาผลิตไฟฟ้าได้ในระดับปกติหรือไม่ ขึ้นกับผลการสำรวจความเสียหายโดยละเอียดว่าแนวแผงแถวล่างที่ถูกน้ำท่วม ยังคงใช้งานได้ตามปกติหรือไม่

อย่างไรก็ตาม กองทุนฯ ได้ทำกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน และกรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าหันทราย ซึ่งมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 โดยบริษัทรับประกันภัยมีเงื่อนไขจำกัดความรับผิดในกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ต่อภัยลมพายุ ภัยจากลูกเห็บ ภัยแผ่นดินไหว ภัยน้ำท่วม ภัยจากการประท้วง ภัยจากการนัดหยุดงาน การจลาจล หรือการกระทำอันมีเจตนาร้าย ในวงเงิน 30% ของทุนประกันภัยของกรมธรรม์ดังกล่าว 417 ล้านบาท หรือจำกัดความรับผิดไว้ที่จำนวนเงิน 125.1 ล้านบาท ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง และตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย

ส่วนค่าความเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินคือ 10% หรือ ขั้นต่ำ 100,000 บาท แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า สำหรับความสูญเสียหรือเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งอันเนื่องมาจากภัยดังกล่าว (วงเงินจำกัดความรับผิดดังกล่าวใช้ร่วมกันระหว่างกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน และกรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก) ในขณะที่ทุนประกันภัยของกรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักอยู่ที่ 68 ล้านบาท

โดยมีระยะเวลาไม่คุ้มครอง 5 วันนับจากวันแรกของการเกิดความเสียหาย (ในช่วงเดือนมกราคม ถึงกันยายน 2563 โครงการโรงไฟฟ้าหันทรายสามารถสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าเดือนละประมาณ 5.7 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยเฉลี่ย)  ขณะนี้บริษัทรับประกันภัยได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าอีก 18 โครงการที่กองทุนฯ เข้าลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิ ยังคงผลิตไฟฟ้าได้ตามปกติ โดยมิได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ข้างต้นแต่อย่างใด