นลท.ทิ้ง BGC ดิ่งต่อ 6% โบรกฯ แนะเลี่ยงลงทุน มอง “ลบ” ทุ่มเงินซื้อ 3 กิจการตัวเอง

นลท.ทิ้ง BGC ดิ่งต่อ 6% โบรกฯ แนะเลี่ยงลงทุน มอง "ลบ" ทุ่มเงินซื้อ 3 กิจการตัวเอง โดยปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 8.20 บาท ลบ 0.55 บาท หรือ 6.29% มูลค่าซื้อขาย 49.28 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 8.20 บาท ลบ 0.55 บาท หรือ 6.29% สูงสุดที่ 8.70 บาท ต่ำสุดที่ 8.15 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 49.28 ล้านบาท

โดย บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ เบื้องต้นมองประเด็น BGC ประกาศซื้อกิจการทั้งหมด 4 พันล้านบาท และเพิ่มทุน RO (พร้อมแจก warrant) และ PP (General mandate) เป็นลบ จาก EPS Dilution 37% และบริษัทที่ซื้อเข้ามาขาดทุนต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา  จึงมองว่าบริษัทยังไม่ได้ประโยชน์จากการเข้าซื้อกิจการมากนัก อีกทั้งยังไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเป็นจำนวนมากในขณะนี้ โดยเฉพาะใน KBI ซึ่งมีการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จึงแนะนำ หลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อน

ทั้งนี้ BGC ประกาศซื้อกิจการทั้งหมด 3 บริษัท จากบริษัทบางกอกกล๊าส หรือ BG (ซึ่งถือหุ้น BGC อยู่ 72%) เป็นจำนวนเงินรวม 3,978 ล้านบาท ประกอบด้วย 1) บริษัทบางกอกบรรจุภัณฑ์ หรือ BVP ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม และเครื่องดื่ม) ในราคา 500 ล้านบาท โดยในปี 2561 มีกำไร 21 ล้านบาท และปี 2562 ขาดทุน 1 ล้านบาท

รวมทั้ง 2) บริษัทบีจีแพคเกจจิ้ง หรือ BGP ผู้ผลิตฝาพลาสติก, ขวดพลาสติก PET, ลัง ในราคา 1,150 ล้านบาท โดยในปี 2561 มีกำไร 46 ล้านบาท และปี 2562 มีกำไร 48 ล้านบาท  และ 3) บริษัทกบินทร์บุรีกล๊าส อินดัสทรี หรือ KBI ผู้ผลิตกระจกติดตั้งอาคาร กระจกนิรภัย) ในราคา 2,328 ล้านบาท โดยในปี 2561 ขาดทุน 174 ล้านบาท และปี 2562 ขาดทุน 244 ล้านบาท โดยในปี 2561 และ 2562 ทั้ง 3 บริษัทรวมกันขาดทุน  116 ล้านบาท และ 197 ล้านบาท ตามลำดับ

ส่วนเงินลงทุนในการซื้อกิจการจะใช้กระแสเงินสดจากบริษัท รวมทั้งเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท และเงินจากการเพิ่มทุน โดยบริษัทประกาศเพิ่มทุน Right Offering และแจก Warrant – อัตราส่วน หุ้นเดิม 1:0.35294 หุ้นเพิ่มทุน (XR 24 ธ.ค.) ราคาใช้สิทธิ์ 10.20 บาท – พร้อมให้ Warrant โดย 1 หุ้นเพิ่มทุนได้ 0.36256 W1 (อายุ 2 ปี, XW 24 ธ.ค.) ราคาใช้สิทธิ์7.877 บาท (1 Warrant : 1หุ้นใหม่)

ทั้งนี้จำนวนหุ้น RO 245 ล้านหุ้น รวมกับ W1 88.9 ล้านหุ้น คิดเป็นเงินจากการเพิ่มทุนรวม 3,200 ล้านบาท และประกาศเพิ่มทุน Private Placement (General mandate) ไม่เกิน 69.44 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นการขอเผื่อไว้แต่ยังไม่มีการเพิ่มทุนในขณะนี้

ขณะที่ฐานะทางการเงิน ณ ไตรมาส 2/63 มี D/E ที่ 2.14 เท่า โดยหลังจากการเพิ่มทุน RO (หากเพิ่มทุนสำเร็จ) จำนวน 2,500ล้านบาท คาดว่า D/E จะเหลือ 1.49 เท่า และหลังการเข้าซื้อกิจการ คาดว่า D/E จะขยับขึ้นเป็น 1.67 เท่า จำนวนหุ้นจากการเพิ่มทุน (รวม RO + W1 + PP) เพิ่มขึ้น 58% คิดเป็น EPS dilution สูง 37% (โดยยังไม่รวมผลขาดทุนจากกิจการที่จะซื้อเข้ามา) หากคิดเฉพาะเพิ่มทุน RO คิด เป็น EPS dilution ที่ 26%

คำค้น