“พาณิชย์” ยอดตั้งธุรกิจใหม่ 9 เดือน ร่วง 13% เซ่นมาตรการล็อกดาวน์สกัด “โควิด”

“พาณิชย์” ยอดตั้งธุรกิจใหม่ 9 เดือน ร่วง 13% เซ่นมาตรการล็อกดาวน์สกัด “โควิด”

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงยอดรวมการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 9 เดือนปี 2563 (มกราคม – กันยายน) มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศจำนวน 50,178 ราย ลดลง 13% ทุนจดทะเบียนรวม 148,383 ล้านบาท ลดลง 20% และธุรกิจเลิกกิจการ มีจำนวน 10,393 ราย ลดลง 13% ทุนจดทะเบียน 47,903 ล้านบาท ลดลง 36%

“ผลกระทบจากโควิด-19 มีการล็อกดาวน์ คนชะลอการทำธุรกิจโดยคาดว่าปี 2563 ทั้งปี จะมีการจดตั้งธุรกิจใหม่ประมาณ 60,000-64,000 ราย ลดลงจากปี 2562 ที่มีการจดตั้งใหม่รวม 72,000 ราย”

ทั้งนี้ ยอดการจดทะเบียนธุรกิจ ในเดือน ก.ย.63 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ 5,636 ราย ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 19% มูลค่าทุนจดทะเบียน 12,782 ล้านบาท

โดยประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 592 ราย คิดเป็น 11% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 237 ราย คิดเป็น 4% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร 185 ราย คิดเป็น 3%

ขณะที่ธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ในเดือน ก.ย.63 มี 1,568 ราย ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 19% มูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 8,480 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 123 ราย คิดเป็น 8% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 103 ราย คิดเป็น 7% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 46 ราย คิดเป็น 3%

ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือน ก.ย.63 มีธุรกิจที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ 774,012 ราย มูลค่าทุน 18.62 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 187,912 ราย คิดเป็น 24.28% บริษัทจำกัด 584,818 ราย คิดเป็น 75.55% และบริษัทมหาชนจำกัด 1,282 ราย คิดเป็น 0.17%

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวด้วยว่า สำหรับการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว เดือน ก.ย.63 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 51 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 22 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 29 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 15,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนส.ค. 6,413 ล้านบาท คิดเป็น 71%

โดยนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 14 ราย เงินลงทุน 1,372 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ จำนวน 4 ราย เงินลงทุน 712 ล้านบาท และฮ่องกง จำนวน 4 ราย เงินลงทุน 260 ล้านบาท