STA-NER-TRUBB กอดคอวิ่ง! ขานรับราคายางขาขึ้น หลังดีมานด์พุ่ง

STA-NER-TRUBB กอดคอวิ่ง! ขานรับราคายางขาขึ้น หลังดีมานด์พุ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ เวลา 10.09 น. ราคาหุ้น บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA อยู่ที่ 32.50 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 1.56% สูงสุดที่ 32.50 บาท ต่ำสุดที่ 32.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 59.05 ล้านบาท

ราคาหุ้น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER อยู่ที่ 4.88 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 2.09% สูงสุดที่ 4.92 บาท ต่ำสุดที่ 4.82 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 199.51 ล้านบาท

ราคาหุ้น บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB อยู่ที่ 2.10 บาท บวก  0.06 บาท หรือ 2.94% สูงสุดที่ 2.14 บาท ต่ำสุดที่ 2.08 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 14.24 ล้านบาท

โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จากกรณีราคายางอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหนุนจากปัจจัยใหม่คือราคาน้ำท่วมในจีน  ราคายางปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องอยู่ที่ 175.8 cent/kg.(+20% QTD) ในตลาด SICOM ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ ก.ค.2017 โดยปัจจัยที่หนุนเข้ามาใหม่ในช่วงนี้คือ การเกิดน้ำท่วมและฝนตกหนักในจีนตอนใต้และเวียดนาม ส่งผลให้ผลผลิตทั่วโลกลดน้อยลง

ขณะที่ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ราคายางพารา ยังคงอยู่ในแนวบวกอย่างต่อเนื่องและทะลุแนวต้านสูงสุดในรอบ 3 ปี 8 เดือน และราคายางแผ่นรมควันน่าจะผ่านราคา 80 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ในเร็วๆ นี้ และคาดว่าราคายางจะขึ้นไปแตะได้ที่ราคา 90-100 บาท ตามลำดับ อีกทั้งความต้องการถุงมือยางที่ปรับตัวขึ้นเพิ่มขึ้นมากจากการกลับมาระบาดของ COVID-19

ทั้งนี้มีมุมมองเป็นบวกต่อข่าวดังกล่าว เพราะปัจจัยที่หนุนเข้ามาใหม่ในช่วงนี้คือ การเกิดน้ำท่วมและฝนตกหนักในจีนตอนใต้และเวียดนาม อีกทั้งความต้องการถุงมือยางที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาระบาดอีกครั้งของโควิด-19 รวมถึงการที่การทดลองวัคซีนยังไม่ค่อยได้ผลในขณะนี้ กระตุ้นให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่าของการป้องกันตนเองอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ความต้องการถุงมือยางยังคงเพิ่มขึ้นมาก

ขณะที่อีกปัจจัยหนึ่งประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดผู้รับซื้อยางรายใหญ่ของโลก มีมาตรการสนับสนุนการขยายกำลังการผลิตรถยนต์ทำให้ยอดสั่งซื้อยาง เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตล้อยางและชิ้นส่วนต่างๆ เพิ่มขึ้น ราคายางยังมีแนวโน้มที่ดีในไตรมาส 3 และ 4 จากผู้ประกอบการล้อยางรถยนต์กลับมาเดินการผลิตได้มากขึ้นประมาณ 70-80% ซึ่งคาดว่า โดยราคายางแท่ง YTD อยู่ที่ 40 บาทต่อกก. และยังอยู่ในระดับใกล้กับสมมติฐานของที่ 42-43 บาทต่อกก. แต่หากช่วงครึ่งปีหลังปี 2563 ยังอยู่สูงในระดับ 43-47 บาทต่อกก. โดยตลอด มีโอกาสจะปรับประมาณการขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ประเมินกำไรสุทธิของ STA ในปี 2563  อยู่ที่ 4.6 พันล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนในปีก่อน 149 ล้านบาท และคงกำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบจากปีก่อน)  ขณะที่ NER ประเมินกำไรปี 2563 อยู่ที่ 853 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 58% เมื่อเทียบจากปีก่อน) และกำไรปี 2564  ที่ 1.08 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 15%เมื่อเทียบจากปีก่อน) อีกทั้งยังคงแนะนำ “ซื้อ” กลุ่มผู้ประกอบการยางธรรมชาติ โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” STA ราคาเป้าหมาย 41บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ” NER ราคาเป้าหมายที่ 5 บาท

ด้าน บล.โกลเบล็ก ระบุในบทวิเคราะห์ กลยุทธ์การลงทุน ราคายางพาราปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง STA TRUBB NER

คำค้น