แข็งสู้

*เมื่อวันศุกร์หลายคนคิดว่า ตลาดหุ้นไทยคงไม่รอดสันดอน (โดนถล่มหนัก) เพราะวันก่อนดันทะยานขึ้นร้อนแรงจนปรอทแตก แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับสู้ไม่มีถอยตลอดทั้งวัน จนดัชนีเด้งจากจุดต่ำสุดของวันที่ระดับ 1,254.28 จุด ขึ้นมาทำจุดสูงสุดของวันที่ 1,270.22 จุด แต่สุดท้ายก็ทรุดตัวลงมาปิดที่ 1,260.08 จุด ลบไป 4.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.35 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของการแทงกั๊กมากกว่าเรื่องอื่น แต่ในขณะเดียวกันวงรอบของการเคลื่อนตัวก็ยังไม่จบง่าย ๆ จึงมีแรงฮึดสู้ให้เห็นเป็นระยะไงล่ะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*เมื่อวันศุกร์หลายคนคิดว่า ตลาดหุ้นไทยคงไม่รอดสันดอน (โดนถล่มหนัก) เพราะวันก่อนดันทะยานขึ้นร้อนแรงจนปรอทแตก แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับสู้ไม่มีถอยตลอดทั้งวัน จนดัชนีเด้งจากจุดต่ำสุดของวันที่ระดับ 1,254.28 จุด ขึ้นมาทำจุดสูงสุดของวันที่ 1,270.22 จุด แต่สุดท้ายก็ทรุดตัวลงมาปิดที่ 1,260.08 จุด ลบไป 4.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.35 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของการแทงกั๊กมากกว่าเรื่องอื่น แต่ในขณะเดียวกันวงรอบของการเคลื่อนตัวก็ยังไม่จบง่าย ๆ จึงมีแรงฮึดสู้ให้เห็นเป็นระยะไงล่ะค่ะ

*ประกอบกับมีแรงช้อนซื้อเข้ามาในจังหวะที่ดัชนีอ่อนตัวลงไปแตะระดับต่ำสุด ย่อมตีความได้ในทันทีว่า นักลงทุนบางกลุ่มกำลังพยายามเก็บของเข้าพอร์ต ซึ่งเที่ยวนี้หันมาใช้วิธีซื้อเมื่ออ่อนตัวเป็นหลัก แต่บางครั้งก็ไล่เก็บหุ้นในบางจังหวะเช่นกัน “โมนิก้า” ถึงยังมองเป้าด้านบนที่บริเวณ 1,270 จุดเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ๆ และเหตุผลที่เลือกตรงจุดนี้ขึ้นมาเม้าท์แตก ล้วนเกิดจากแรงขายที่มักโผล่มาตรงบริเวณนี้ประจำเจ้าค่ะ

*นอกจากนี้ยังมีกูรูบางท่านให้มุมมองเกี่ยวกับการลงทุนไว้ว่า อย่าไปสนใจสถานการณ์ภายนอกมากนัก เพราะตลาดหุ้นไทยซึมซับรับข่าวดังกล่าวไปมากพอสมควรแล้ว จังหวะนี้ถึงต้องเล่นหุ้นรายตัวที่มีสตอรี่ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากราคาหุ้นยังต่ำกว่าราคาเหมาะสมค่อนข้างเยอะ บวกกับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นรายตัวก็ลดลงไปมาก วันนี้ถึงต้องลุยต่อ (ใจไม่สู้ก็ถอยไป) นะจ๊ะ

*เหมือนกับในรายของ GULF กับ BGRIM ถือเป็นตัวอย่างนำร่องที่ดีสำหรับการลงทุนในเที่ยวนี้ เพราะเมื่อสำรวจราคาก๊าซลดลง ก็เห็นได้ชัดว่า เที่ยวนี้เป็นจังหวะของการตามน้ำแบบไม่ต้องสงสัย และการที่หุ้นวิ่งขึ้นมาปิด 32.25 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 3.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.38 พันล้านบาท ส่วนรายหลังปิดที่ 46 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 1.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.57 พันล้านบาท   เดี๊ยนถือเป็นช็อตของการไล่เก็บสำหรับคนมีเงินเย็น (หากลงมาก็ถัวเฉลี่ย) เพราะราคาตอนนี้ต่ำกว่าเป้าเยอะนะซี

*ส่วนในรายของ TU ยังคงเป็นจังหวะของการเล่นสั้น ๆ แม้กำไรไตรมาส 3 จะโตระเบิดระเบ้อ แต่ภาพใหญ่ของการลงทุนในตลาดหุ้นยังแทงกั๊ก “โมนิก้า” ถึงมองการขยับขึ้นมาปิดที่ 15.90 บาท บวกไป 0.40  บาท หรือขึ้นไป 2.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.53 พันล้านบาท พร้อมกับทำ triple top อย่างเป็นทางการแบบนี้ มันเป็นช็อตที่เดิมพันสูงเอามาก ๆ เพราะโอกาสที่หุ้นจะ “ไปต่อ” กับ “ทรุดลง” ค่อนข้างก้ำกึ่งเสียเหลือเกินเจ้าค่ะ

*ขณะเดียวกันหากมองดูหุ้นที่ขึ้นต่อเนื่อง คงต้องชี้เป้าไปยัง ACE เป็นลำดับแรก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำท่าเหมือนจะหมดแรงข้าวต้มหลายรอบด้วยกัน สุดท้ายก็ขึ้น 4 วันติดให้เห็นเป็นขวัญตา พร้อมกับสลัดภาพการจมปลักแถว 2.40 บาทเป็นปลิดทิ้ง “โมนิก้า” ถึงมองว่า เที่ยวนี้น่าจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้ดูอีกเพียบ เพราะการยืนปิดที่ 2.84 บาท บวกไป 0.12  บาท หรือขึ้นไป 4.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 122 ล้านบาท ไม่ธรรมดาจริง ๆ นะออเจ้า !

*เช่นเดียวกับในรายของ AI กระชากขึ้นพรวดพราดแบบไม่บอกกล่าว จนมาปิดที่ระดับ 2.16 บาท บวกไป 0.14 บาท หรือขึ้นไป 6.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 161 ล้านบาท ทั้งที่หนึ่งสัปดาห์ก่อนยังยืนซึมกระทือบริเวณ 2 บาท ทำให้เดี๊ยนสนใจหุ้นลูกถ้วยไฟฟ้ารายนี้ขึ้นมาทันที  เพราะเป็นการลากหุ้นลูกที่ทำธุรกิจปาล์มอย่าง AIE ขึ้นมาปิดที่ระดับ  0.68 บาท บวกไป 0.03 บาท หรือขึ้นไป 4.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 20 ล้านบาทในคราวเดียวกัน น้องโมเลยถือโอกาสอนุมานไว้ก่อนเลยว่า งบของสองแม่ลูกน่าจะออกมาสวย บรรดานกรู้ถึงเข้ามาเล่นเก็งกำไรอย่างสนุกสนาน..อิอิอิ

*ส่วนหุ้นขนาดเล็กที่กำลังโตวันโตคืนอย่าง TACC ยังคงเป็นทีเด็ดสำหรับคนที่ชอบเคาะเร็ว เพราะการทรุดตัวลงมาปิดที่ระดับ 6.35 บาท ลบไป 0.55 บาท หรือลงไป 8% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 200 ล้านบาท มันเกิดจากตัวเลขกำไรโตต่ำกว่าคาด ส่งผลให้บรรดาพ่อยกแม่ยกขายตามกันเป็นพรวน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เคยเห็นกันมาทุกปี “โมนิก้า” ถึงมองการย่อตัวเป็นโอกาสของการเล่นสั้นนะพ่อคุณ

*ส่วนรายที่แสบสันสุด ๆ ต้องยกให้ STARK เพราะเป็นการรวมเคล็วิชาโยกย้ายถ่ายเส้นเอ็นมาใช้แบบสุดซอย จนสังคมขาเผือกเม้าท์ไปทางเดียวกันว่า มันนี่เกมตัวพ่อ ! และไม่ควรคาดหวังอะไรมากไปกว่าที่เห็นกันอยู่ เพราะมันไม่มีมุมให้พูดถึงในแง่ดีเลยสักอย่าง เดี๊ยนจึงไม่ขอแสดงความคิดเห็นต่อการยืนปิดที่ระดับ 1.77 บาท บวกไป 0.11 บาท หรือขึ้นไป 6.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 965 ล้านบาท เนื่องจากกระดากปากที่จะพูดถึงนะซี