
ขายก่อน..รอดก่อน
จริง ๆ อีฉันเป็นคนที่ชอบโอนอ่อนไปตามกระแสการลงทุน เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะฝืนกระแสแบบไร้เหตุผล
จริง ๆ อีฉันเป็นคนที่ชอบโอนอ่อนไปตามกระแสการลงทุน เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะฝืนกระแสแบบไร้เหตุผล เพราะภาพที่ทุกคนรู้ดีคือ ช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ช่วงหยุดยาว แต่ตลาดหุ้นต่างประเทศยังเทรดปกตินั้น มันมีความเสี่ยงในการลงทุนสูงกว่าปกติ ผนวกกับในเดือน พ.ค. มักเป็นช่วงของการขายรัว ๆ อีฉันถึงต้องออกมาเตือนความจำของแฟนคลับ เพื่อจะได้เตรียมตัวรับแรงกระแทกดังกล่าวเจ้าค่ะ
งานนี้จะ “เชื่อ” หรือ “ไม่เชื่อ” ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของนักลงทุนแต่ละราย เพราะสิ่งที่ทุกคนเห็นมาแล้ว 2 รอบก็คือ เมื่อดัชนีขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,500 จุดปุ๊บ มักมีแรงขายทำกำไรออกมาทุกที! “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนประเมินการยืนปิดที่ระดับ 1,491.74 จุด บวกไป 11.54 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.70 หมื่นล้านบาท เหมาะต่อการลุยต่อ หรืออยู่เฉย ๆ เพราะตัวแปรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลานะซี
ตัวอย่างที่เห็นชัด ๆ ก็คือ CPALL ซึ่งผู้คนกังวลเรื่องกำลังซื้อหดตัว พ่วงด้วยดราม่าโยกธุรกิจที่เป็นจิ๊กซอว์สำคัญออกจากบริษัท แต่วานนี้กลับมีแรงซื้อเข้ามาเป็นระยะ จนหุ้นยืนปิดที่ระดับ 45.50 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 2.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.29 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเข้าใจได้จริง ๆ ครั้นจะพูดว่าเป็นเพียงแค่การรีบาวด์ หลังหุ้นปรับตัวลงมาเยอะก็คงไม่เข้าทีสักเท่าไหร่นะจ๊ะ
ถ้าจะให้เห็นภาพจริง ๆ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น AOT เพื่อย้ำให้เห็นว่า ในเมื่อต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจากสงคราม และสายการบินหลายแห่งยกเลิกเที่ยวบิน รวมทั้งมีการชะลอเก็บค่าธรรมเนียมจากสายการบิน มันเป็นภาพที่ตอกย้ำให้เห็นว่า รายได้และกำไรจะลดฮวบ ราคาหุ้นถึงโรยตัวลงมาต่อเนื่อง จนวานนี้ยืนปิดที่ระดับ 51 บาท ลบไป 1.50 บาท หรือลงไป 2.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.86 พันล้านบาทแบบนี้..คิดว่าหุ้นจะลงต่ออีกไหมล่ะคะ
ส่วนหุ้นร้านทองที่บวกต่อเนื่อง 6 วันอย่าง AURA ก็ทำให้อีฉันประหลาดใจไม่ใช่น้อย เพราะกลายเป็นหุ้นที่แอบขึ้นเงียบ ๆ จากเดิมอยู่ที่ระดับ 12.80 บาท มาวันนี้หุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 14.90 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 3.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 86 ล้านบาท แถมเป็นการยืนปิดใกล้กับไฮเดิมที่ระดับ 15 บาท ก่อนที่หุ้นจะถูกรินขายจนลงไปที่โลว์เดิมแบบนี้..ยังน่าลุยต่อไหมล่ะคะ
ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น ADVANC ขึ้นมาเป็นรายถัดมา เพราะภาพที่เห็นในตอนนี้เป็นลักษณะแกว่งตัวลงมากกว่าแกว่งตัวขึ้น แต่โชคดีที่มีแนวรับสำคัญบริเวณ 340 บาทคอยค้ำอย่างมั่นคง อีฉันถึงอยากให้นักเล่นมองภาพการเคลื่อนตัวก่อนหน้านี้ที่อยู่ในระดับ 400 บาท แต่วันนี้ยืนปิดที่ระดับ 348 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 0.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.42 พันล้านบาท เหมาะต่อการช้อนหุ้นไหมคะ
เซอร์ไพรส์สุด ๆ กลายเป็นหุ้น TFG ที่วันนี้ขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 10 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 11.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 550 ล้านบาท พร้อมกับทำ all time high ถือเป็นช็อตที่นักเล่นต้องประเมินกันว่า การเทรดบน PE 7 เท่า ยังน่าลุยต่อขนาดไหน? เพราะเมื่อเทียบกับหุ้นขายไก่ขายหมูเจ้าอื่นที่ราคาหุ้นทรง ๆ ทรุด ๆ มันทำให้อีฉันเทใจให้กับหุ้นตัวนี้แบบไม่มีอิดออด เพราะผลงานเขามาดีจริง ๆ นะซี
ปิดท้ายกันที่หุ้นทุเรียนอย่าง NTF เพื่อชี้ให้เห็นการยืนปิดที่ระดับ 15.50 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 166 ล้านบาท มันเป็นการเทรดที่ล้อไปกับทุเรียนฟีเว่อร์ ส่งผลให้การขึ้นมาทำ all time high เป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่อีฉันอยากให้นักเล่นหยุดคิดนิดหนึ่งคือ จังหวะนี้เหมาะต่อการเล่นต่อไหม? เพราะวันนี้กระแสมาแรงมากกว่าเรื่องอื่น ๆ นะคะ
โมนิก้าและทีมงาน