สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 11 พ.ย. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 11 พ.ย. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในสหรัฐ จนทำให้หลายรัฐประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq พลิกกลับมาปิดตลาดในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,397.63 จุด ลดลง 23.29 จุด หรือ -0.08% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,572.66 จุด เพิ่มขึ้น 27.13 จุด หรือ +0.77% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,786.43 จุด เพิ่มขึ้น 232.57 จุด หรือ +2.01%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยยังคงได้แรงหนุนจากข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 และความเห็นในเชิงบวกจากนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งได้ช่วยบดบังความวิตกเกี่ยวกับความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 1.08% ปิดที่ 388.56 จุด

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,445.21 จุด เพิ่มขึ้น 26.24 จุด หรือ +0.48%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,216.18 จุด เพิ่มขึ้น 53.07 จุด หรือ +0.40% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,382.10 จุด เพิ่มขึ้น 85.25 จุด หรือ +1.35%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. โดยเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มส่งออก ขณะที่ข่าวเกี่ยวกับประสิทธิภาพวัคซีนต้านโรคโควิด-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอังกฤษยังคงช่วยหนุนตลาดปรับตัวขึ้นด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,382.10 จุด เพิ่มขึ้น 85.25 จุด หรือ +1.35%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) โดยตลาดยังคงได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมทั้งรายงานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 41.45 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 19 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 43.80 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ การที่ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงอยู่ในทิศทางที่สดใส โดยเฉพาะดัชนี Nasdaq ที่พุ่งขึ้นกว่า 2% ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 14.8 ดอลลาร์ หรือ 0.79% ปิดที่ 1,861.6  ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 19.5 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 24.267 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ร่วงลง 24.6 ดอลลาร์ หรือ 2.76% ปิดที่ 868.1 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ดิ่งลง 154.60 ดอลลาร์ หรือ 6.3% ปิดที่ 2,316.80 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงหลังจากสภาผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจของเยอรมนี (GCEE) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเยอรมนีจะหดตัวลงกว่า 5% ในปีนี้

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.32% แตะที่ระดับ 93.0452 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.45 เยน จากระดับ 105.28 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9172 ฟรังก์ จากระดับ 0.9150 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3070 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3020 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1773 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1813 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3210 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3253 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7274 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7281 ดอลลาร์สหรัฐ