สังคมข่าวหุ้น

*ตลาดหุ้นไทยลดความร้อนแรงลงมาบ้าง หลังจากช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ดัชนีพุ่งขึ้นมาร่วม 100 จุด จึงเป็นโอกาสดีที่นักลงทุนประเภทชอบ “สายย่อ” จะมาดูว่า หุ้นตัวไหนพื้นฐานดี และราคาปรับลงมา ก็ทยอยซื้อได้ เข้าแบบทีละไม้ อย่าพรวดพราดเข้าไปล่ะ ส่วนแนวรับแนวต้าน ยังอยู่ในกรอบ 1,320-1,340 จุด (บวก/ลบ เล็กน้อย)

คาเฟอีน

*ตลาดหุ้นไทยลดความร้อนแรงลงมาบ้าง หลังจากช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ดัชนีพุ่งขึ้นมาร่วม 100 จุด จึงเป็นโอกาสดีที่นักลงทุนประเภทชอบ “สายย่อ” จะมาดูว่า หุ้นตัวไหนพื้นฐานดี และราคาปรับลงมา ก็ทยอยซื้อได้ เข้าแบบทีละไม้ อย่าพรวดพราดเข้าไปล่ะ ส่วนแนวรับแนวต้าน ยังอยู่ในกรอบ 1,320-1,340 จุด (บวก/ลบ เล็กน้อย)

*นักลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิเป็นวันที่ 3 ต่อเนื่องกัน เริ่มจากวันแรก (10 พ.ย.) ซื้อกว่า 1.89 หมื่นล้านบาท วันถัดมา 7.7 พันล้านบาทา ส่วนวานนี้ซื้อเพิ่มอีก 2.23 พันล้านบาท ก็ถือว่าเป็นไปตามที่คาดกันไว้ว่า แรงซื้อจะค่อยปรับลง แต่หากถามว่า ต่างชาติจะซื้อแบบแรลลี่หรือเปล่า คำตอบคือ “ยัง” ไม่ถึงขนาดนั้น แต่คาดกันว่า ในช่วง 3 เดือนนับจากนี้ ยอดซื้อจะพลิกกลับมาซื้อสุทธิ (แต่ทั้งปียังเป็นขายสุทธิ)

*หุ้นไอพีโอ 2 ตัวล่าสุด วันแรกพากันล่มปิดต่ำกว่าจอง เริ่มจาก SABUY ที่หุ้นเหมือนถูกเล่น “เกมราคา” ตั้งแต่ช่วงเปิดตลาด มาถึงตอนราคาเปิด “ดึงฝั่ง BID ออก” แบบโหดมาก ๆ และการขึ้นลงของราคาดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติ กลุ่มเจ้ามือ “รับ” แล้ว “สาด” กันสนุกสนานตลอดเกือบทั้งวัน ไม่ทราบว่าทางสำนักงาน ก.ล.ต. ทำอะไรกันอยู่ ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หากทำอะไรไม่ได้ ก็เสมือน ก.ล.ต.ถูก “ตบหน้า” กลางสี่แยกเลยนะ

*ส่วนหุ้นอีกตัวคือ RT หุ้นตัวนี้พื้นฐานเยี่ยมมาก แต่ราคาเปิดมา 1.75 บาท ต่ำกว่า ไอพีโอ 1.92 บาท แล้วใครกันที่มีหุ้น (ต้นทุน) ราคาต่ำกว่าไอพีโอ แล้วสาดออกมา ทำให้ในช่วง 2 วัน นักลงทุนที่เข้าไปรับหุ้นไอพีโอกันไว้นอนกันเกลื่อนในทุ่งสังหาร ส่วนราคาหุ้นไอพีโอ 1.92 บาทนั้นเหมาะสมหรือเปล่า เห็นว่าก็ยังมีอัพไซด์อยู่จากแนวโน้มผลประกอบการดี แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้นะ ราคา (ไอพีโอ) สัก 1.60 บาทต่อหุ้น กำลังสวยเลยล่ะ

*วันนี้หุ้นกลุ่มธนาคารน่าจะติดเทอร์โบแน่ ๆ หลังจากวานนี้ช่วงเย็น แบงก์ชาติไฟเขียวให้จ่ายเงินปันผลของปี 2563 ได้ แต่มีข้อแม้ หรือเงื่อนไขเล็กน้อยคือ จำนวนเงินปันผลจะต้องไม่มากไปกว่าปี 2562 และให้จ่ายได้ไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิของปี 2563 หลังจากแบงก์ทุกแห่งได้ผ่านการทดสอบในภาวะวิกฤติ เงินกองทุนสูงลิ่วทุกแห่ง ตั้งการ์ดกันแน่นเปรี๊ยะ แต่ยังไงก็อาจจะต้องระวังการเข้าหุ้นกันเล็กน้อยด้วย เพราะต่างชาติเข้าเก็บหุ้นแบงก์ในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย.ที่ผ่านมากันเยอะมาก เอ๊ะ…หรือว่าพวกฝรั่งเขาได้กลิ่นมาก่อนหรือเปล่า หุ หุ…..

*TQM ของกลุ่มพรรณนิภา โชว์ผลประกอบการงวดไตรมาส 3 กำไร 170 ล้านบาทตามคาด เพิ่มขึ้น 34% ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4 ผู้บริหารคาดว่าจะทำนิวไฮแน่นอน ฟันธง !! เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ล่าสุด TQM ไปดึง “ธนา เธียรอัจฉริยะ” จากไทยพาณิชย์ SCB เข้ามานั่งเป็นกรรมการ เพื่อที่จะให้ช่วยบริหารด้านดิจิทัลแพลตฟอร์มทั้งด้านการขายประกัน และการให้บริการลูกค้า เพราะปัจจุบัน TQM เป็นโบรกเกอร์ขายประกันใหญ่สุดของไทย มีกลุ่มลูกค้าจำนวนหลายล้านคน ทำให้เรื่องของดิจิทัลมีความสำคัญมาก และ “ธนา” เองก็ถือว่ามีฝีมือในด้านนี้เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศด้วย

*SCGP บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง วานนี้ราคาหุ้นกระโดดแรงเป็นจรวดแบบ “รวบช่อง” ในช่วงเวลา 10.45 น. แบบไม่ให้รายย่อยเข้ามาเก็บกันเลย หากใครจะตาม ก็ต้องไปตามซื้อบริเวณด้านบน หรือราว ๆ 37.00 บาทนั่นแหละ เข้าใจว่ากลุ่มที่เข้ามาเก็บหุ้นต้องมีเงินหน้าตักเยอะมาก ๆ เช่น กองทุนต่าง ๆ และต่างชาติ เพราะวอลุ่มเทรดวานนี้กว่า 7.87 พันล้านบาท สนั่นทุ่งพอสมควร นี่ก็เป็นอีกกรณีของหุ้นพื้นฐานดีเยี่ยม เข้ามาเทรด แต่จะถูกกดราคาในช่วงแรก ๆ เพื่อ “สลัดเม่า” หรือนักลงทุนรายย่อย ให้ออกไป ใครทนถือได้ก็ถือไป ใครทนไม่ได้ ก็ต้องยอมถอย