ไม่ compromise สู้กันยาว

รัฐสภาจะโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 17-18 พ.ย.นี้ โดย 47 ส.ว. 25 ส.ส.จะขอมติส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ สามารถแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ ทั้งที่ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลก็ให้แก้มาตรา 256 ตั้ง สสร.ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

รัฐสภาจะโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 17-18 พ.ย.นี้ โดย 47 ส.ว. 25 ส.ส.จะขอมติส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ สามารถแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ ทั้งที่ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลก็ให้แก้มาตรา 256 ตั้ง สสร.ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ

ยิ่งกว่านั้น ยังมีทีท่าว่า 250 ส.ว. และ ส.ส.รัฐบาลจะคว่ำร่าง iLaw ที่ประชาชนแสนคนเข้าชื่อ โดยตั้งข้อหาว่า iLaw รับเงินบริจาคต่างชาติ คำนูณ สิทธิสมาน ก็บิดเบนว่าการยกเลิก พ.ร.บ.องค์กรอิสระ 7 ฉบับ เท่ากับนิรโทษคนโกง

ทั้งที่ความต้องการของประชาชนคือ โละองค์กรอิสระที่ตั้งโดยกลไกรัฐประหาร แล้วใช้ พ.ร.บ.องค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญ 2540 ตั้ง กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ ขึ้นใหม่

ไม่ต้องพูดถึงร่างแก้ไขอีก 4 ฉบับของพรรคฝ่ายค้าน ที่สำคัญคือตัดอำนาจ 250 ส.ว.โหวตนายกฯ ซึ่งต้องใช้เสียง ส.ว.เห็นชอบ 84 คน

มองอย่างไรก็ไม่เห็นทาง Compromise กับม็อบประชาธิปไตยที่นำโดยคนรุ่นใหม่ ซึ่งต้องการให้เปิดทางแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 ได้ แต่ร่างของรัฐบาล (และของเพื่อไทย) ไม่ยอมให้แก้

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเพิ่งโผล่กลับมา หนุนให้รัฐสภารับร่างทั้ง 7 ฉบับ ไม่เช่นนั้นจะไม่เหลือหนทางคลี่คลายความขัดแย้ง จะจบด้วยความรุนแรง โดยต้องเปิดทางให้แลกเปลี่ยนความเห็นในหมวด 1 หมวด 2 เพราะรัฐธรรมนูญทุกฉบับก็เปลี่ยนแปลงมาตลอด

แม้ชาวบ้านฟังแล้วขำกลิ้งเมื่อคิดถึงความรุนแรงสมัยเป็นนายกฯ นึกถึงการขัดขวางไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญ 2550 แต่รัฐบาลก็ควรฟังคำแนะนำของอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะประยุทธ์ ที่แนะนำให้ลุกขึ้นสั่งกลางสภา ให้ ส.ส. ส.ว.รับร่างรัฐธรรมนูญซะ กระแสต้านจะได้เพลาลง

รัฐบาลกำลังหลงประเด็นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ยกเอาข้อปฏิรูปสถาบันมาปลุกพลังต่อต้าน “ล้มเจ้า” แล้วก็ดันทุรัง ขวางแก้รัฐธรรมนูญ ประยุทธ์ไม่ออก การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะเป็นแค่ปาหี่ซื้อเวลา ขณะที่รัฐบาลตกต่ำลง

รัฐประยุทธ์อยู่บน 3 ขา หนึ่ง 250 ส.ว. ซึ่งยิ่งต่อต้านขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาอำนาจรักษาเก้าอี้ตัวเอง ยิ่งน่ารังเกียจ

สอง นักการเมืองที่กวาดต้อนมา ซึ่งมีปัญหาภาพลักษณ์ผลประโยชน์ ให้ชาวบ้านร้องยี้อยู่เนือง ๆ เช่นการตั้งภรรยารัฐมนตรีเป็นข้าราชการการเมือง

สาม อำนาจรัฐราชการทหารตำรวจ กระบวนการยุติธรรม ซึ่งถูกประณามอย่างหนัก โดยเฉพาะตำรวจ จากการสลายม็อบและยัดข้อหา

ทั้ง 3 ขานี้เสื่อมลงตลอด ขณะที่รัฐบาลมุ่งเอาชนะม็อบที่อยู่ตรงหน้า ไม่มองว่าประชาชนทั่วไปรู้สึกอย่างไร คงคิดว่าชาวบ้านเอาแต่แทงหวยไอ้ไข่ เผือกดารา

ฐานมวลชนของรัฐบาล ได้แก่กลุ่มสุดโต่ง พุทธะอิสระ อุ๊ ไทยภักดี กับฐานการเมืองอุปถัมภ์ เครือข่ายจัดตั้งหัวคะแนนนักการเมือง ยังมีคนตรงกลาง ๆ อีกเยอะไป อย่าคิดว่า “พลังเงียบ” อยู่ฝ่ายรัฐบาล ตรงกันข้าม คนเอาใจช่วยม็อบเยอะด้วยซ้ำ

ขณะที่ สมช.อ้างว่าม็อบฝ่อ คนลดลง คนรุ่นใหม่ก็จัดงาน MobFest สนุกสนาน ผสมผสาน “นักเรียนเลว “ผู้หญิงปลดแอก” ปิดถนนจัดคาร์นิวัล เสมือนงานออกร้าน เทศกาลอาหาร ตั้งเวทีแสดงดนตรี แดนซ์สเก็ต ปราศรัย เขียนข้อความที่อยากได้จากรัฐธรรมนูญบนผืนผ้า แล้วเอาไปห่มอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

เคยเห็นม็อบแบบนี้ไหม ไม่เคย ฮ่องกงก็ไม่มี เป็นการแสดงพลังเสรีสร้างสรรค์ทางความคิด วัฒนธรรม พร้อมไปกับข้อเรียกร้องทางการเมืองที่ไม่ลดเพดานแม้แต่น้อย เป็นการแสดงออกถึงความไม่แยแสไม่ยี่หระต่ออำนาจรัฐ อยากทำอะไรก็ทำไป แต่คนรุ่นใหม่อายุสามสิบหน่อย ๆ ลงไปถึงสิบกว่า ครองโลกอนาคตไว้หมดแล้ว

ม็อบสามารถยืนหยัดปักหลักอยู่เช่นนี้ จัดทุกอาทิตย์ สองอาทิตย์ เปลี่ยนประเด็นเปลี่ยนรูปแบบไปตามสถานการณ์ ถ้ามีเรื่องที่ประชาชนเดือดดาลก็ม็อบใหญ่เป็นพัก ๆ แต่ไม่ต้องรีบร้อน รอรัฐบาลเสื่อมลง เติมคนหนุนม็อบมากขึ้น ๆ โดยไม่ต้องลดเพดาน

ม็อบดูเหมือนชนะยาก แต่รัฐก็เอาชนะม็อบไม่ได้เช่นกัน