BDMS ซื้อไม่ได้..ขายดีกว่า.!

เกิดอาการช็อกไม่น้อย.! จู่ ๆ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ของ “หมอเสริฐ” ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ก็มีมติขายหุ้นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ทั้งหมด ที่ 22.71% แม้จะทยอยตัดขายครึ่งหนึ่งก่อน 90.50 ล้านหุ้น ที่ราคา 103 บาทต่อหุ้น

สำนักข่าวรัชดา

เกิดอาการช็อกไม่น้อย.! จู่ ๆ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ของ หมอเสริฐ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ก็มีมติขายหุ้นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ทั้งหมด ที่ 22.71% แม้จะทยอยตัดขายครึ่งหนึ่งก่อน 90.50 ล้านหุ้น ที่ราคา 103 บาทต่อหุ้น

ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้กลุ่มปราสาททองโอสถอยากด๊ายยยอยากได้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเพิ่งประกาศตั้งโต๊ะเทนเดอร์ฯ หุ้น BH ที่ราคา 125 บาทต่อหุ้น แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่อีกกลุ่ม นำโดย “โสภณพานิช” ไม่ขาย จนต้องยกธงขาว…

กระทั่งล่าสุดก็ประกาศขายหุ้น BH เกลี้ยงพอร์ตซะงั้น…

เอ๊ะ..!! หรือเข้าตำราที่ว่า ซื้อไม่ได้…ก็ขายดีกว่า..!! แต่ก็น่าคิดว่าทำไมถึงขาย..?

ก็เป็นไปได้ว่า เมื่อรวมทั้งหมดไม่ได้ การ Synergy กันระหว่าง BDMS กับ BH ก็ไม่มีความจำเป็น ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งสองกลุ่มก็คิดเห็นไม่ตรงกัน จึงไม่เห็นการต่อยอดธุรกิจระหว่างกัน… BDMS เลยตัดสินใจขายดีกว่า…

ประกอบกับช่วงโควิด ธุรกิจในกลุ่มปราสาททองโอสถประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงพยาบาล ธุรกิจสายการบิน หรือสื่อ มีความจำเป็นต้องใช้เงิน…การขายหุ้น BH ออกไป ก็เพื่อรีดสภาพคล่องกลับมา เพื่อมาซ่อมแซมธุรกิจในเครือ

เห็นได้ชัดกรณีบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ที่เปิดเออรี่ รีไทร์ จ่ายสูงสุด 20 เดือน จูงใจให้พนักงานลาออก แถมผลประกอบการไตรมาส 3/2563 ก็ขาดทุนบักโกรก 1,569 ล้านบาท จากเดิมมีกำไรที่ 58 ล้านบาท ส่งผลให้ 9 เดือนแรก BA มีตัวเลขขาดทุนไปแล้ว 4,882 ล้านบาท

ขณะที่ สถานการณ์ไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่..? แม้จะมีข่าวดีวัคซีนต้านโควิดออกมาแล้ว ก็ไม่สามารถตีตราได้…

ส่วนธุรกิจโรงพยาบาลเองก็ประสบปัญหารายได้หายกำไรหดเช่นกัน ด้านธุรกิจสื่ออนาคตยังมืดมน โฆษณาหดหายต่อเนื่อง แถมยังต้องเตรียมเงินก้อนโตเพื่อลงทุนบิ๊กโปรเจกต์โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกอีกต่างหาก

กลุ่มปราสาททองโอสถจึงต้องเติมสภาพคล่อง ตุนหน้าตักไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อประคองธุรกิจในเครือ…

ส่วนในมุม BH ในเชิงเซนติเมนต์ดูไม่ดี…เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ทำธุรกิจโรงพยาบาลเหมือนกัน ดันมาขายหุ้นทิ้งซะงั้น กลายเป็นหัวเดียวกระเทียมลีบ เหลือตัวคนเดียว…แม้ในข้อเท็จจริงที่ผ่านมาจะไม่มีการ Synergy ธุรกิจระหว่าง BDMS กับ BH กันเลยก็ตาม…

ทำให้สถานการณ์ BH ที่แย่อยู่แล้ว จากการที่ลูกค้าต่างชาติหายไปเกือบหมด ก็อาจจะแย่ไปอีก…น่าเห็นใจจริง ๆ

ขณะที่จุดชนวนเหตุของ BDMS กับ BH เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2554 หรือ 9 ปีที่แล้ว โดยตอนนั้น BDMS เข้ามาซื้อหุ้น BH จากกลุ่มเทมาเส็ก สัดส่วน 11.1% ที่ราคา 29-30 บาท หลังจากนั้นก็ทยอยเก็บมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งที่ 24.99%

แต่ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2560 BDMS ได้ตัดขายหุ้น BH ออกไปแล้วรอบหนึ่ง จำนวน 25.18 ล้านหุ้น หรือ 3.45% ที่ราคา 179 บาท ได้เงินไปราว 4,500 ล้านบาท

มารอบนี้ขายเกลี้ยงพอร์ต จำนวน 180.71 ล้านหุ้น ที่ราคา 103 บาท ได้เงินไปก้อนโต 18,613 ล้านบาท

แม้จะขายในจังหวะที่ BH ผลประกอบการย่ำแย่จากลูกค้าที่หายไป เลยทำให้ราคาถูกไปนิด เห็นได้ชัดจากราคาดิสเคาต์ในกระดาน 17% เทียบกับราคาปิดที่ 123.50 บาท วันที่ 23 พ.ย. 2563

แต่ถ้าลองดีดลูกคิดดู คาดว่า BDMS จะฟันกำไรจากการขายครั้งนี้ไปราว 2,430 ล้านบาท

เรียกว่าแม้จะยอมยกธงขาว…แต่ระดับหมอเสริฐ ไม่ปล่อยให้เสียเชิงหรอกหน่า…

ส่วนคนที่จะมาซื้อต่อนั้น แว่ว ๆ มาว่ามีความคุ้นเคยกับ BDMS หรือโรงพยาบาลกรุงเทพเป็นอย่างดี

จะเป็นใครนั้น คงเดากันได้ไม่ยาก…

…อิ อิ อิ…