ผลพวงของ โควิด-19 ระลอกสอง

แล้วไทยก็เป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับระลอกสองของการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกสองอย่างเป็นทางการ

พลวัตปี 2021 : วิษณุ โชลิตกุล

แล้วไทยก็เป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับระลอกสองของการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกสองอย่างเป็นทางการ

คำคุยโม้ของรัฐบาลที่เคยบอกว่าบริหารจัดการเรื่องโควิด-19 ดีสุดในโลกก็เป็นอันล่มสลายไป คนเชื่อถือไม่มีแล้ว เพราะการระบาดระลอกใหม่น่าจะส่งผลเสียหายให้ธุรกิจที่เคยเสียหายอยู่ในระลอกแรกต้องยับเยินหนักกว่าเดิม และที่เคยได้รับประโยชน์ก็ยังได้ประโยชน์ต่อไปอย่างไม่คุ้มกัน

ตัวเลขล่าสุดของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศเช้าวานนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 745 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อในประเทศ 152 ราย แรงงานต่างด้าวโดยคัดกรองเชิงรุก 577 ราย ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (Quarantine Facilities) 16 ราย ประกอบด้วย ตุรกี 2 ราย, เอธิโอเปีย 1 ราย, อิตาลี 2 ราย, รัสเซีย 1 ราย, สวีเดน 3 ราย, สหราชอาณาจักร 3 ราย, อียิปต์ 1 ราย, อินเดีย 1 ราย, สวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย และญี่ปุ่น 1 ราย

สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ ล่าสุดอยู่ที่ 8,439 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 4,342 ราย กลุ่มแรงงานต่างด้าว 2,037 ราย ส่วนผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2,060 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 4,352 ราย เพิ่มขึ้น 15 ราย ไม่ถือเป็นเรื่องน่ายินดีแม้แต่น้อย แม้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะต่ำก็ตาม

ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มที่ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 65 ราย ยืนยันและตอกย้ำว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดล่าสุดครอบคลุมไปในพื้นที่ 54 จังหวัด และทำให้มีพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 28 จังหวัดเช่นเดิม ซึ่งจะต้องดำเนินการตามข้อกำหนด 8 ข้อ ภายใต้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ออกมาล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม เริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 06.00 น.วานนี้เป็นต้นไป โดยแต่ละจังหวัดกลุ่มพื้นที่สีแดงสามารถออกมาตรการเฉพาะที่เข้มข้นได้ แต่ห้ามอ่อนกว่าข้อกำหนดที่วางไว้

แม้ทางการจะหาข้ออ้างว่า รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอีกกว่า 500 รายในพื้นที่จ.สมุทรสาคร ทั้ง ๆ ที่ภาพรวมเหมือนสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นแล้วว่า มาจากสมมติฐานการเข้าไปสอบสวนโรคในกลุ่มของแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในหอพัก โรงงานที่มีความแออัด ซึ่งยังอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นอีกจำนวนมาก ดังนั้นจะต้องมีการตรวจหาเชื้อเป็นระยะ ทำให้เห็นตัวเลขนี้ออกมา ดังนั้น การมี รพ.สนามในจ.สมุทรสาคร จะเป็นการวางรูปแบบเพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้นว่าเชื้อจะอยู่ในวงจำกัด ถือว่าภาพรวมยังไม่น่าวางใจได้เลย และคาดว่าความกังวลนี้จะยิ่งส่งผลต่อการลงทุนในตลาดหุ้น

ประเด็นที่น่ากังวลมากกว่า คือ ผู้ติดเชื้อที่กระจายออกไปอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในช่วงที่มีการเดินทางก่อนหน้านี้ ทำให้ล่าสุดกระจายไปถึง 54 จังหวัดทั่วประเทศ จากต้นตอที่ไม่ได้มาจากแค่แรงงานต่างด้าว แต่ยังมาจากบ่อนการพนันด้วยเช่นกัน แม้วานนี้ รัฐบาลจะประกาศว่าไม่ต้องการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ แต่การที่จะพิจารณาขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก จากที่จะสิ้นสุดในวันที่ 15 ม.ค. 64 นี้ ยิ่งทำให้ความกังวลว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจเลวร้ายลงไป ยังคงดำรงอยู่

การที่ไทยได้เป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุดวานนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมรวมแล้ว 85,502,232 ราย เสียชีวิต 1,850,607 ราย โดยประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับแรก สหรัฐอเมริกา 21,113,528 ราย อันดับสอง อินเดีย 10,341,291 ราย อันดับสาม บราซิล 7,733,746 ราย อันดับสี่ รัสเซีย 3,236,787 ราย และอันดับห้า ฝรั่งเศส 2,655,728 ราย  ทำให้โอกาสในการลงทุนเก็งกำไรไม่สดใสในระยะสั้นและระยะกลางเอาเสียเลย แม้ว่าแรงกดดันของอัตราดอกเบี้ยติดพื้นจะยังทำให้เม็ดเงินในตลาดหุ้นคึกคักได้ แต่ก็ถือว่าขาขึ้นยังเปราะบางมากต่อเนื่อง

มาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ “ฝนตกไม่ทั่วฟ้า” ที่จะออกมาก็จะช่วย “แก้ผ้าเอาหน้ารอด” ไปชั่วคราว ยังมีประเด็นคำถามว่านอกจากถ่วงรั้งให้ช่องว่างระหว่างรายได้ของคนในสังคมกว้างมากขึ้นแล้ว ยังอาจจะเจอปัญหา ลิงแก้แห ในอนาคตตามมาด้วย

ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เคยถูกคาดหมายว่าจะเป็นระเบิดเวลาของสังคม จะถูกเร่งให้ระเบิดเร็วขึ้นจนเลี่ยงไม่พ้น ในขณะที่ธุรกรรม  ฉลามเงินกู้จะเฟื่องฟูมากเป็นเงาตามตัว

แรงบวกของดัชนีบ่ายวานนี้ แม้จะดูทำให้ตลาดยังคึกคัก ก็ยังสะท้อนว่า ความกังวลยังไม่หายไปไหน และฟองสบู่ตลาดหุ้นยังคงค้างคาต่อไป

เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นหลายแห่งของเอเชียยกเว้นจีน รับทราบข่าวร้ายต่อเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกสองกันทั่วหน้า

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าวันแรกหลังปีใหม่ผ่านไป ที่ 27,344.87 จุดลดลง 99.30 จุด หลังจากที่นายโยชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียว และ 3 จังหวัดโดยรอบ หลังยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ และว่า รัฐบาลกำลังวางแผนฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ให้กับบุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานด่านหน้าในช่วงปลายเดือนก.พ.นี้ จากเดิมที่กำหนดไว้ในช่วงกลางเดือนมี.ค.

สำหรับจีน แม้จะมีข่าวดีตอกย้ำมากขึ้น แต่ผลสำรวจของมาร์กิตและไฉซินล่าสุดวานนี้ที่ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนธ.ค.ของจีน อยู่ที่ระดับ 53.0 ลดลงจากระดับ 54.9 ในเดือนพ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 54.8 โดยมีสาเหตุมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในภาคการผลิต แม้การที่ดัชนี PMI ยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัวและนับเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันแล้วที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตเคลื่อนไหวเหนือระดับ 50

ความโลภในตลาดเก็งกำไรที่ฉาบเคลือบความกลัว จะยังคงเป็นปรากฏการณ์หลักไปอย่างน้อยสองไตรมาสที่จะถึงของปีนี้ ไม่เชื่อก็ลองดู

สภาพคล่องของตลาดที่ยังคึกคักมากเกินกว่า 70,000 ล้านบาท ไม่ได้บอกอะไรนอกจากเงินออมที่ไม่คุ้มค่า ถูกนำมาถมตลาดเท่านั้น