จัดกลยุทธ์ลงทุนเดือนม.ค.64 โบรกฯเน้นเคาะ 11 หุ้นเด่น รับผลกระทบ “โควิด” ต่ำ

จัดกลยุทธ์ลงทุนเดือนม.ค.64 โบรกฯเน้นเคาะ 11 หุ้นเด่น รับผลกระทบ "โควิด" ต่ำ

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการรวบรวมกลุ่มหุ้นที่น่าลงทุนสำหรับเดือนมกราคม 2563 โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลจาก โบรกเกอร์ชั้นนำของไทย อาทิ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ,บล.เคจีไอ และบล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินการแกว่งตัวของ SET Index อยู่ในวิกฤติ COVID-19 ที่กลับมารุนแรงอีกครั้งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ค่อนข้างอยู่เหนือความคาดหมาย และอาจจะทำให้ดัชนี SET ปรับตัวลดลงแรงในช่วงต้นเดือนมกราคมยังคงประเมินความเสี่ยงทางลงของดัชนีเอาไว้เท่าเดิมที่ 1,400 จุด

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนเดือนแนะนำซื้อเมื่อย่อ โดยเน้นกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าน่าสนใจ และหุ้น cyclical จะยังคงเป็นกลุ่มหลักในพอร์ตหุ้นแนะนำ ขณะที่หุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/63 แข็งแกร่งดูน่าสนใจเช่นกัน โดยให้น้ำหนักหุ้นกลุ่ม พลังงาน, ปิโตรฯ, และการแพทย์ มากกว่าตลาด ระยะสั้นคาดกลุ่มโรงไฟฟ้าและหุ้นปลอดภัยมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดีจากความกังวลในระยะสั้น อาทิ BBL,PTTGC,TOP,SAWAD,JMART,JMT,DOHOME,KBANK,MAKRO,RBF,SPALI เป็นต้น

 

บล.เคจีไอ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลยุทธ์การลงทุน วิกฤติ COVID-19 รอบล่าสุดน่าจะทำให้ดัชนี SET ปรับตัวลดลงแรงในช่วงต้นเดือนมกราคม ยังคงประเมิน downside ของดัชนีเอาไว้เท่าเดิมที่ 1,400 จุด โดยใช้สมมติฐานว่าจะไม่มีการ lockdown กรุงเทพอย่างเต็มรูปแบบ

ในขณะเดียวกันมองว่าในภาพใหญ่ กระแสเงินทุนจะยังคงไหลเข้าตลาด EM ในเอเซียอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความคาดหวังต่อวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่จะเริ่มนำเข้ามาใช้ในประเทศหลัก ๆ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วยภายในกลางปี 2564 ดังนั้น จึงยังคงแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ซื้อเมื่อย่อ ซึ่งจากสถานการณ์ล่าสุด ยังคงเป้าดัชนี SET ในไตรมาส 4/2564 เอาไว้ที่ 1,590 จุด

มุมมองตลาดเดือนมกราคม: วิกฤติ COVID-19 เป็นปัจจัยลบระยะสั้นที่อยู่เหนือความคาดหมาย แต่ไม่น่าจะทำให้ภาพใหญ่ของกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาด EM ในเอเซียเปลี่ยนไป

วิกฤติ COVID-19 ที่กลับมารุนแรงอีกครั้งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ค่อนข้างอยู่เหนือความคาดหมาย และอาจจะทำให้ดัชนี SET ปรับตัวลดลงแรงในช่วงต้นเดือนมกราคม ยังคงประเมินความเสี่ยงทางลงของดัชนีเอาไว้เท่าเดิมที่ 1,400 จุด โดยอิงจาก P/E ที่ 18.2x จากสมมติฐาน EPS ปี 2564 ที่ 77.0 ซึ่งเป็นบริเวณที่ดัชนี SET ปรับลงมาต่ำสุด ในช่วงวันที่ 21-22 ธันวาคม 2563 เมื่อเริ่มปรากฎข่าวการระบาดที่จังหวัดสมุทรสาคร

ทั้งนี้ เนื่องจากทางการไทยเข้ามาควบคุมสถานการณ์โดยใช้มาตรการคุมเข้มโดยเร็วที่สุด จึงยังคงมุมมองในกรณีฐานเอาไว้ว่าไม่น่าจะมีการปิดกรุงเทพฯ และทั่วประเทศอย่างเต็มรูปแบบ

ในขณะเดียวกันมองว่าในภาพใหญ่ กระแสเงินทุนจะยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเซียอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความคาดหวังต่อวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่จะเริ่มนำเข้ามาใช้ในประเทศหลัก ๆ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วยภายในกลางปี 2564

ดังนั้นจึงยังคงแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ซื้อเมื่อย่อ ซึ่งจากสถานการณ์ล่าสุด ยังคงเป้าดัชนี SET ในไตรมาส 1/64 เอาไว้ที่ 1,590 จุด ท่ามกลางวิกฤต COVID-19 รอบใหม่นี้ คิดว่านักลงทุนน่าจะหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มการพาณิชย์, อาหาร, ท่องเที่ยว และขนส่ง เพราะธุรกิจของกลุ่มดังกล่าวน่าจะได้รับผลกระทบในระยะสั้น

ทั้งนี้ ตามกลยุทธ์ ซื้อเมื่อย่อ ที่แนะนำยังคงชอบ i) หุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าน่าสนใจในกลุ่มธนาคาร อย่างเช่น BBL* และ KBANK* ii) หุ้นกลุ่ม global cyclical ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบในเชิงพื้นฐานมากนักจากสถานการณ์โรคระบาดในประเทศรอบใหม่ อย่างเช่น PTTGC* และ TOP* และ iii) หุ้นขนาดกลางที่คาดว่าผลประกอบการจะออกมาดีในไตรมาส 4/63 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่มการเงิน และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ IT อย่างเช่น SAWAD*, JMART* และ JMT*

 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,450-1,480 จุด หลังจากปรับตัวขึ้นแรงวานนี้ อย่างไรก็ตามความผันผวนของดัชนียังค่อนข้างสูงจากสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 ในประเทศที่ยังน่าเป็นห่วง แม้วานนี้ศบค.จะยังไม่มีมติ Lockdown ทั้งประเทศ แต่หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์จะมีการพิจารณาอีกครั้ง

ส่วนปัจจัยต่างประเทศจับตาประชุม OPEC+ ต่อวันนี้หลังยังตกลงกันไม่ได้ รวมถึงการเลือกตั้งส.ว.รัฐจอร์เจียรอบ 2 ซึ่งหากพรรคเดโมแครตชนะจะทำให้มีมีอำนาจควบคุมทั้ง 2 สภา ซึ่งทำให้ตลาดกังวลเรื่องนโยบายขึ้นภาษี มีโอกาสทำให้เม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียมากขึ้น ระยะสั้นมองกลุ่ม Defensive Play ที่ถูกกระทบจาก COVID-19 จำกัดอย่างกลุ่มโรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ จะ Outperform ตลาด

กลยุทธ์ : เลือกลงทุนในหุ้นที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ต่ำ//ทยอยสะสมหุ้นเพิ่มบริเวณ 1,400 จุด หุ้นเด่นเดือน ม.ค. :  DOHOME, KBANK, MAKRO, RBF, SPALI

 

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คงมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดในระยะกลาง-ยาว. แม้ช่วงเดือน ม.ค. 64 ตลาดมีโอกาสผันผวนจากความเสี่ยงต่อการเพิ่มสูงขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อหลังเทศกาลปีใหม่ แต่อย่างไรก็ตามมองผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นจำกัด การปรับตัวลงของราคาหุ้นจะเป็นโอกาสทยอยซื้อ (buy-on-weakness) โดยให้น้ำหนักหุ้นกลุ่ม พลังงาน, ปิโตรฯ, และการแพทย์ มากกว่าตลาด ระยะสั้นคาดกลุ่มโรงไฟฟ้าและหุ้นปลอดภัยมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดีจากความกังวลในระยะสั้น

ภาพรวมกลยุทธ์ คงมุมมองเชิงบวกต่อ ภาพระยะกลาง-ยาว ยังคงกลยุทธ์เลือกรายตัว และเน้นซื้อในเชิงตั้งรับ และหากมีการปรับลงแรง * แนวรับ 1,450 จุด / แนวต้าน : 1,479 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40% 

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน 

คำค้น