ปีนี้ตลาดหุ้นแกร่งสุด

“เครดิต สวิส” เผยแพร่รายงานด้านเศรษฐกิจของโลกและตลาดทุนของประเทศไทยไว้น่าสนใจ

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

“เครดิต สวิส” เผยแพร่รายงานด้านเศรษฐกิจของโลกและตลาดทุนของประเทศไทยไว้น่าสนใจ

เริ่มต้นของรายงาน มีการระบุว่า โควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินต่อไปในอีกหลายเดือนข้างหน้า

ทว่าความพยายามฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หลังภาวะเศรษฐกิจซบเซาในปี 2563 ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโต 5% ในปี 2564

นโยบายผ่อนปรนทางการเงิน (Loose monetary policy) ของธนาคารกลางหลาย ๆ ประเทศ

และสถานการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการจัดสรรเงินลงทุนของนักลงทุนในปีนี้

เครดิต สวิส มองว่า “ตราสารทุน” จะให้ผลตอบแทนแข็งแกร่งที่สุด

ทางด้านเทรนด์การลงทุนใน Supertrends ของเครดิต สวิส ที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในหลายอุตสาหกรรมในภูมิภาคต่าง ๆ

นักลงทุนมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนที่น่าสนใจทั่วโลก จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งสำคัญ

เครดิต สวิส คาดว่าสินทรัพย์ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ทั้ง “พันธบัตร” และ “หุ้น” จะเติบโตโดดเด่นกว่าตลาดอื่น

ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง

แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยส่งเสริมสินทรัพย์ทางการเงินต่าง ๆ โดยเฉพาะตราสารทุนในปี 2564

แต่ เครดิต สวิส แนะนำให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายและกระจายพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสม และให้เน้น “ลงทุนในตราสารทุน” เป็นสำคัญ

เครดิต สวิส ย้ำว่าตราสารทุน ยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมากกว่าพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนต่ำ

และคาดว่า “ตราสารทุนในตลาดเกิดใหม่” จะเติบโตทันตลาดอื่น ๆ

“หุ้นของเยอรมนีจะมีอัพไซด์ สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่แนะนำ คือ อุตสาหกรรมบริการสุขภาพและอุตสาหกรรมวัสดุ โดยมีโอกาสการลงทุนเพิ่มเติมในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากวัฏจักรเศรษฐกิจ ที่มาจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัวมากขึ้น”

มาถึงตลาดทุนของประเทศไทยกันบ้าง

เครดิต สวิส มองว่า ยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ยังพึ่งพา “การท่องเที่ยว” เป็นหลัก

และจะเป็นเช่นนี้ไปอีกสักระยะหนึ่งจนกว่ารัฐบาลจะเปิดน่านฟ้า และอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาได้

รวมถึง “สถานการณ์ทางการเมือง” ล่าสุดก็เป็นอุปสรรคขัดขวางการกระตุ้นเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวในไทย

ทว่า ตลาดทุนไทยจะได้รับปัจจัยหนุนจากวัคซีนที่จะช่วยฟื้นการท่องเที่ยวทั่วโลกอีกครั้ง

แต่นั่นก็ต้องรอจนถึงครึ่งปีหลัง 2564

ส่วนประเทศจีน ยังเป็นตลาดสำคัญในเอเชียของเครดิต สวิส

การเติบโตของการจ้างงานที่ดีขึ้นและรายได้หลังหักภาษี (Disposable Income) ของประชาชนที่มากขึ้น

จะกระตุ้นให้เกิดความต้องการในตลาดจีนอีกครั้ง

ปัญหาดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจะไม่ส่งผลเสียเพราะมีกระแสเงินลงทุนในพอร์ตการลงทุนเข้ามา สอดคล้องกับ “ค่าเงินหยวน” แข็งค่า ส่งผลดีต่อสินทรัพย์ในตลาดจีน

ด้านตราสารหนี้

ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลค่อนข้างน้อยมาก

ขณะที่พันธบัตรแบบ Hard currency bonds ในตลาดเกิดใหม่มีความน่าสนใจ

การลงทุนใน Investment grade credit ยังคงมีความเสี่ยงที่รับได้ แต่ให้ผลตอบแทนดี สำหรับในกลุ่ม High-yield bond เครดิต สวิส แนะนำ “พันธบัตรกลุ่มมีคุณภาพสูง”

แล้วการลงทุนทางเลือก..?

การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยต่ำ

เครดิต สวิส มีมุมมองที่ดีต่ออุตสาหกรรมที่เติบโตในเชิงโครงสร้างเช่น กลุ่มอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์

มีมุมมองเพิ่มเติมจาก เอ็ดวิน ตัน หัวหน้าฝ่ายบริหารความมั่งคั่งและหัวหน้าฝ่ายแนะนำการลงทุนและผลิตภัณฑ์ประจำประเทศไทย ของเครดิต สวิส

นั่นคือ สกุลเงินเอเชียต่าง ๆ จะได้อานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวและค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น

โดยเฉพาะตลาดเอเชียเหนือที่ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ดีกว่าที่อื่น

และอุตสาหกรรม “เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์” กำลังเติบโตมาแรง

เครดิต สวิส มีมุมมองที่ดีต่อตราสารหนี้เอเชียในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชี้ว่านักลงทุนจะมองหาอัตราผลตอบแทนที่สูง

และตลาดเอเชียจะให้ผลตอบแทนได้ดีที่สุด

มีความเห็นจาก จอห์น วูดส์ ประธานฝ่ายงานลงทุนประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ เครดิต สวิส

ตราสารทุนในตลาดเอเชีย แปซิฟิก ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเอเชีย ทำให้ความไม่แน่นอนของทิศทางตลาดลดลง

ปัจจัยสำคัญอย่างสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าที่ผ่อนคลายลง

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนตัวลง การเปิดตัวเทคโนโลยีขั้นสูง และการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ดีขึ้น

ทำให้ตลาดตราสารทุนแถบเอเชียเหนือยังคงเติบโตโดดเด่นเหนือตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย