ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง “พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง” ขายไอพีโอ 140 ล้านหุ้น เล็งเทรด mai

ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง “พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง” หรือ PROS ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ขาย IPO 140 ล้านหุ้น เล็งเทรด mai

นายสัมฤทธิ์ชัย ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO) ของบริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PROS เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ของพรอสเพอร์ฯ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 140 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 25.93% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ บริษัทภายหลัง IPO  โดยบริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

โดย พรอสเพอร์ฯ เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจบริการรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ถือเป็นบริษัทที่อยู่ในธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากงานโครงสร้างพื้นฐาน งานก่อสร้างโครงการ และสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการที่จะผลักดันการลงทุนในประเทศ ขณะเดียวกัน ผู้บริหารของบริษัทเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในธุรกิจมายาวนานกว่า 24 ปี  โดยมีฐานลูกค้าหลักกระจายอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ ห้างสรรพสินค้า อาคารชุดพักอาศัย ศูนย์กระจายสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งการระดมทุนในครั้งนี้ จะสนับสนุนให้บริษัทมีเงินทุนที่จะรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต

ด้านนายพงศ์เทพ รัตนแสงสรวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PROS ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์การระดมทุนครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์และเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต ขณะที่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯยังเป็นการยกระดับบริษัทให้เป็นมาตรฐานสากล เพิ่มความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดี ต่อลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ในฐานะบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินกิจการภายใต้หลักบรรษัทภิบาล มีความยั่งยืนและมีความโปร่งใส รวมทั้งช่วยต่อยอดด้านการพัฒนาบุคลากรของบริษัท

สำหรับภาพรวมผลประกอบการในงวด 9 เดือนของปี  2563 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากงานก่อสร้างและงานบริการ 584.84 ล้านบาท ลดลง 0.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 อยู่บ้าง ขณะที่มีกำไรสุทธิ 19.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.54% จากงวดเดียวกันของปี 2562  จากการควบคุมค่าใช้จ่าย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับลดลงค่อนข้างมาก ขณะที่รายได้จากงานก่อสร้างและบริการ รวมถึงกำไรขั้นต้นค่อนข้างใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ส่วนผลประกอบการของปี 2562  มีรายได้จากงานก่อสร้างและงานบริการ 938.46 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 27.45 ล้านบาท