“อนุทิน” แย้มถก “ศบค.” ชุดใหญ่วันนี้ ขยายเวลาเปิดร้านอาหารถึง 5 ทุ่ม ยังห้ามขายเหล้า

“อนุทิน” แย้มถก “ศบค.” ชุดใหญ่วันนี้ ขยายเวลาเปิดร้านอาหารถึง 5 ทุ่ม ยังห้ามขายเหล้า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เปิดเผยก่อนการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ วันนี้ (29 ม.ค.64) ว่า จะมีการพิจารณาแนวทางคลายล็อกในพื้นที่ต่างๆ โดยกระทรวงสาธารณสุขจะได้รายงานข้อมูลทั้งหมดและนำเสนอมาตรการต่อที่ประชุม ศบค. รวมถึงเสนอว่ากิจการใดที่จะสามารถผ่อนปรนได้บ้าง ส่วนกรณีร้านอาหารนั้น จะเสนอให้เปิดบริการถึงเวลา 23.00 น. แต่ยังคงไม่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้

ส่วนความคืบหน้าการนำเข้าวัคซีนล็อตแรกในเดือนก.พ.นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ในช่วงนี้จะมีการติดต่อแหล่งผลิตทุกแหล่งก่อนว่าจะสามารถนำจากแหล่งผลิตใดมาใช้ก่อนได้บ้าง ก่อนที่จะถึงเดือนมิ.ย. แต่ทางนี้มีขั้นตอนค่อนข้างมาก ทั้งในเรื่องเอกสารและการขึ้นทะเบียน ยืนยันว่าไม่ได้ติดขัดที่ทางเรา แต่ติดขัดที่ต้นทาง เนื่องจากประเทศผู้ผลิตยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้

นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งกังวลอยู่ในขณะนี้ คือสหภาพยุโรป (อียู) จำกัดการส่งออกวัคซีนไม่ให้ออกนอกอียู ซึ่งขณะนี้กำลังพยายามเจรจาอยู่ พร้อมยอมรับว่า ในส่วนของไทยได้พยายามทำทุกอย่างไปหมดแล้ว ดังนั้นหากจะเกิดปัญหา ก็อยู่นอกเหนือการควบคุม

ส่วนจะล่าช้าหรือไม่นั้น นายอนุทิน ย้ำว่าในแผนปกติวัคซีน จะพร้อมใช้ในช่วงเดือนมิถุนายน ตามที่ได้มีการสั่งผลิตจากบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าไว้

ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ศบค.ชุดเล็กจะเสนอแนวทางต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ในการผ่อนคลายจังหวัดต่างๆ ที่สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายมากขึ้นแล้ว ยกเว้นจังหวัดสมุทรสาคร และบางส่วนของ กทม. ทั้งนี้ วางแผนว่าจะนำสถิติของ จ.สมุทรสาคร แยกออกมารายงานต่างหาก เพราะเมื่อพิจารณาภาพรวมของประเทศแล้ว มีสถิติสูงอยู่ที่เดียวกว่า 98% และเชื่อมั่นว่าอีก 1-2 สัปดาห์ ทั่วประเทศจะมีผู้ติดเชื้อใกล้ศูนย์

ส่วนกรณีของร้านอาหาร ยังคงงดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน ขณะที่การเปิดให้ลูกค้ามานั่งรับประทานในร้านอาหาร จะแบ่งเป็น 4 พื้นที่ คือ โซนสีเขียว ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด, โซนสีเหลือง เปิดได้ถึง 24.00 น. และโซนสีส้ม เปิดได้ถึง 23.00 น. ส่วนในพื้นที่ควบคุมเข้ม หรือโซนสีแดง ยังไม่อนุญาตให้นั่งรับประทานในร้านได้

สำหรับความคืบหน้าการสืบสวนโรคของดีเจมะตูมนั้น เป็นหน้าที่ของ กทม. ส่วนการเปิดโรงเรียนก็เป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ แต่บุคลากรและโรงเรียนจะต้องปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขให้มากขึ้น