โควิดสมุทรสาครยอดยังพุ่ง เจออีก 777 ราย “สธ.” งัดกลยุทธ์ Bubble and Seal คุม 7 รง.ใหญ่

โควิดสมุทรสาครยอดยังพุ่ง เจออีก 777 ราย "สธ." งัดกลยุทธ์ Bubble and Seal คุม 7 รง.ใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานข้อมูลสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ล่าสุด ณ เวลา 24.00 น.ของวันที่ 2 ก.พ.64 พบผู้ป่วยรายใหม่อีก 777 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 759 ราย เป็นคนไทย 92 ราย และแรงงานต่างด้าว 667 ราย ส่วนผู้ป่วยในโรงพยาบาล 18 ราย เป็นคนไทย 8 ราย แรงงานต่างด้าว 10 ราย ทำให้ขณะนี้จังหวัดสมุทรสาครมียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม รวมเป็น 12,907 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 5 ราย

ทั้งนี้ สสจ.สมุทรสาคร ได้ดำเนินการค้นหาเชิงรุกไปแล้ว 138,974 ราย

ขณะที่วานนี้ (2 ก.พ.)​ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)​ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์โควิด 19 ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามและร่วมวางแผนแก้ไขสถานการณ์โควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร หลังพบจุดเสี่ยงสำคัญการติดเชื้อโควิด 19 อยู่ในโรงงานเป็นหลัก จึงต้องบริหารจัดการโดยใช้มาตรการทางสังคมและมาตรการองค์กร โดยพบมี 7 โรงงานที่เข้าเกณฑ์ที่จะดำเนินการตามหลักการ Bubble and Seal มีพนักงานรวม 50,083 คน

โดยขณะนี้ 3 โรงงานเริ่มดำเนินการแล้ว ส่วนอีก 4 โรงงานเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ซึ่งไม่มีที่พักให้กับพนักงาน จะประสานหาแนวทางและปรับรูปแบบที่เหมาะสมให้สามารถควบคุมโรคได้ ส่วนในโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก ยังคงใช้หลักการตรวจหาเชื้อเชิงรุก (Active Case Finding) โดยเมื่อพบผู้ติดเชื้อจะนำออกมารักษาตามระบบ ส่วนผู้ไม่ติดเชื้อให้ทำงานต่อได้

สำหรับหลักการจัดการโควิด 19 ในโรงงานอย่างมีส่วนร่วม (Bubble and Seal) คือ Seal ใช้กับโรงงานที่พนักงานสามารถพักในโรงงานได้ เอื้อต่อการใช้มาตรการ คาดว่าใช้เวลา 28 วันจะสามารถควบคุมโรคได้

ส่วน Bubble ใช้กับโรงงานที่พนักงานพักอยู่นอกโรงงาน จะมีการควบคุมโรคที่ยากกว่า ขอความร่วมมือเจ้าของโรงงานนำพนักงานมาอยู่ในโรงงานให้มากขึ้น หรือจัดหาที่พักพนักงานให้อยู่ในสถานที่ที่กำหนด ควบคุมได้ เช่น หอพัก พร้อมให้โรงงานเข้มมาตรการป้องกันโรค

นอกจากนี้ ได้ประสานฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคงเข้าร่วมควบคุมพื้นที่ตามแผน ส่วนเรื่องการปิดโรงงานจะดำเนินการเป็นวิธีสุดท้าย นอกจากพบว่าเป็นแหล่งเพาะเชื้อและไม่สามารถควบคุมโรคได้จะประสานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพื่อออกคำสั่งต่อไป