สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 3 ก.พ. 2564

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 3 ก.พ. 2564

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (3 ก.พ.) ขานรับประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของบริษัทอัลฟาเบท รวมทั้งตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดการณ์ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,723.60 จุด เพิ่มขึ้น 36.12 จุด หรือ +0.12% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 3,830.17 จุด เพิ่มขึ้น 3.86 จุด หรือ +0.10% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,610.54 จุด ลดลง 2.23 จุด หรือ -0.02%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ก.พ.) เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยนักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยผลประกอบการ และมีความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเร็วขึ้น เนื่องจากสหรัฐเตรียมผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 407.27 จุด เพิ่มขึ้น 1.35 จุด หรือ +0.33%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,563.05 จุด ลดลง 0.06 จุด หรือ -0.00%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,933.63 จุด เพิ่มขึ้น 98.47 จุด หรือ +0.71% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,507.82 จุด ลดลง 8.83 จุด หรือ -0.14%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (3 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ แต่ตลาดปรับตัวลงไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความหวังว่าการฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ในวงกว้างจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น และการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนของอังกฤษช่วยหนุนตลาดด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,507.82 จุด ลดลง 8.83 จุด หรือ -0.14%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (3 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว รวมทั้งความหวังที่ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐจะช่วยหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันให้ฟื้นตัวขึ้นด้วย

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 93 เซนต์ หรือ 1.7% ปิดที่ 55.69 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2563

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 58.46 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (3 ก.พ.) ขณะที่สัญญาโลหะเงินดีดตัวขึ้นเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาสัญญาโลหะมีค่าทั้งสองชนิดร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นทำให้สัญญาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบและปิดในแดนบวกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 1.7 ดอลลาร์ หรือ 0.09% ปิดที่ 1,835.1 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 48.7 เซนต์ หรือ 1.84% ปิดที่ 26.889 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 18.5 ดอลลาร์ หรือ 1.69% ปิดที่ 1,114.5 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. พุ่งขึ้น 48.90 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 2,276.60 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ก.พ.) ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.04% สู่ระดับ 91.1618 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.05 เยน จากระดับ 105.08 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2780 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2805 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.8993 ฟรังก์ จากระดับ 0.8986 ฟรังก์

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2025 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2020 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3642 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3653 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7621 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7590 ดอลลาร์สหรัฐ