น้ำมันดิบ กับเศรษฐกิจการพนัน

ราคาน้ำมันดิบ WTI เมื่อ วันพุธที่ผ่านมา ในตลาดวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบ 10 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายนปีก่อน ทำให้ราคาหุ้นพลังงานพยุงตลาดหุ้นไว้อย่างช่วยไม่ได้

พลวัตปี 2021 : วิษณุ โชลิติกุล

ราคาน้ำมันดิบ WTI เมื่อ วันพุธที่ผ่านมา ในตลาดวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบ 10 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายนปีก่อน ทำให้ราคาหุ้นพลังงานพยุงตลาดหุ้นไว้อย่างช่วยไม่ได้ ความหวังของบรรดาขาช้อนน่าจะกินแห้วไปตาม ๆ กัน

ความน่าสนใจของราคาน้ำมันขึ้นรอบใหม่ล่าสุด (ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าซื้อขายประจำวันหลักของโลกมายาวนาน) นี้  เกิดจาก มันไม่ได้เกิดขึ้นจากอุปทาน และอุปสงค์ตามธรรมชาติของตลาด แต่เกิดจาก “มือที่มองเห็น จากความสามารถในการควบคุมตลาดของชาติมหาอำนาจในวงการไม่กี่ราย เท่านั้น

ราคาน้ำมัน สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI พุ่งขึ้นกว่า 2% เหนือระดับ 56 ดอลลาร์ อันเป็นราคาสูงสุดในรอบ10เดือน สวนทางกับค่าดอลลาร์ที่อ่อนลง หลังจาก สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน ของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 1 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ลดลง 2.4 ล้านบาร์เรล ในขณะที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และ โอเปกพลัส คาดการณ์ว่าสต๊อกน้ำมันจะลดลงสู่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 5 ปีภายในเดือน มิ.ย.

นอกจากนี้ ความคืบหน้าของการออกมาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจจากข้อมูล ปธน.ไบเดน ได้พบปะกับสมาชิกวุฒิสภา สังกัดพรรครีพับลิกัน จำนวน 10 ราย ที่ทำเนียบขาว เพื่อหาเสียงสนับสนุนจากทั้งพรรครีพับลิกัน และเดโมแครตสำหรับการผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว ซึ่งรวมถึงเงินช่วยเหลือผู้ตกงานในสหรัฐฯ และงบสนับสนุนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ชาวอเมริกัน

ปรากฎการณ์ของราคาน้ำมัน ค่าดอลลาร์ ราคาทองคำแท่ง ตลาดตราสารหนี้ และสินทรัพย์เสี่ยง อย่างหุ้น หรือเงิน   ดิจิทัลนี้ ทำให้เราได้เห็นถึง การปรับพอร์ตของกองทุนเก็งกำไรในแต่ละตลาดที่ค่อนข้างหวือหวา  และมีลักษณะรุกเร็ว ถอยเร็ว  บทบาทครอบงำพฤติกรรมของบรรดาคุณตลาด” เข้าข่ายการพนันที่ชัดเจน และสุ่มเสี่ยงมากขึ้น

คำถามคือ ดอกเบี้ยตลาดโลกที่ต่ำติดพื้นยาวนานจากปริมาณเงินที่ท่วมโลกเกินกว่าตลาดสินค้าและบริการจะ

ซึมซับได้ไหว กำลังสร้างสภาวะเศรษฐกิจการพนัน (casino economy) ขึ้นมาจริงจัง แบบช่วงเวลาของยุค Roaring Twenties ที่จบลงด้วยหายนะของตลาดหุ้น และเศรษฐกิจโลก ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 แล้วนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่สองหรือไม่

แม้ยังไม่มีคำตอบแน่ชัด แต่การทำความรู้จักการเศรษฐกิจการพนันเอาไว้ก็น่า จะช่วยเตือนสติได้บ้าง

การพนันทำให้คนที่ติดพันงอมแงม หลงทางในอบายมุขนี้ จนติดกับดักแห่งหนี้ที่ถอนตัวยากนี้ มีตัวอย่างที่เป็นบทเรียน หรือตำราที่ชัดเจนอยู่ แต่เรื่องนี้กลายเป็นคนละประเด็นที่ต่างออกไป จากแรงผลักดันของการที่จะทำให้หลายประเทศยอมรับการทำให้ถูกกฎหมาย “ในธุรกิจการพนัน”

ในภาพรวม ต้นทุนทางสังคมของคนที่เป็นทาสของการพนัน ที่ทำให้คนลุ่มหลงในการใช้พลังงานส่วนใหญ่ของชีวิตไป ทำให้เกิดแนวโน้มการฉ้อโกง และผู้คนที่มีภาวะซึมเศร้าและล้มละลาย  อาจจะถูกหักกลบกับข้อเท็จจริงของผลประโยชน์จากการลดจำนวนคนว่างงาน ภาษี และรายได้ภาครัฐ

การพนันในทางเศรษฐศาสตร์ อาจมีความหมายเชิงลบ เพราะเป็นแค่การโอนเงินจากกระเป๋าหนึ่ง ไปสู่อีกกระเป๋าหนึ่ง ไม่ใช่การผลิตที่ทำให้เกิดผลผลิต และบริการ เนื่องจากคาสิโนเสนอค่าจ้างที่สูงกว่าธุรกิจใกล้เคียงทั่วไป การเติบโตของคาสิโนไม่สามารถนำมาประกอบการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างไร  บางครั้งคาสิโนเป็นเพียงการโอนการเติบโตจากธุรกิจอื่นมาเป็นของตนเอง

คาสิโน กลายเป็นอุตสาหกรรมหลักในสหรัฐอเมริกาในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ในปัจจุบันมีเกือบ 30 รัฐ ได้รับรองการพนันคาสิโนเชิงพาณิชย์ เพราะเห็นว่า เป็นเครื่องมือสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ  ผลประโยชน์ที่ได้รับมากที่สุดคือ การจ้างงานที่เพิ่มขึ้น รายได้จากภาษีที่เพิ่มขึ้นให้กับรัฐบาลของรัฐ และท้องถิ่น และการเติบโตของยอดค้าปลีกในท้องถิ่น

ปัจจุบัน แม้ว่าจำนวนเงินที่เดิมพันในคาสิโนขององค์กรอเมริกัน มีมากกว่า 370,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงปี ค.ศ.2010 เพียงอย่างเดียวนี่ คือประมาณ 1,300 ดอลลาร์ ต่อคนในสหรัฐอเมริกา จากการเดิมพันทั้งหมดประจำปีนี้เกือบ 93 เปอร์เซ็นต์ จะถูกส่งคืนให้กับผู้เล่นในรูปแบบของการชนะ ทำให้คาสิโนมีรายได้ที่ปรับแล้ว 26 พันล้านดอลลาร์ต่อปี แต่มุมมองยังคงเป็นลบต่อ เพราะมีผลการวิจัยที่พบว่า รายได้ที่ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากระดับของการเปิดตัว และการเติบโตของคาสิโนเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ นำไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ยังคงไม่ชัดเจน

มีประเด็นน่าสนใจตรงที่ว่า 1) เรื่องโอกาสเพิ่มการจ้างงานเป็นเพียงแค่ระยะสั้น ๆ ไม่ยั่งยืน เพราะงานคาสิโนส่วนใหญ่ต้องใช้ทักษะบางอย่าง  2) รายได้จากภาษีคาสิโนเป็นผลประโยชน์ ก็ไม่จริงอีก เพราะเป็นการโอนรายได้เข้ารัฐจากธุรกิจอื่นที่หดหายไป มาเน้นที่ธุรกิจคาสิโนเท่านั้น  3) คาสิโนช่วยกระตุ้นยอดค้าปลีกในท้องถิ่น ก็เป็นเรื่องชั่วคราวไม่ยั่งยืนอีกเช่นกัน

ข้อเท็จจริงจากงานวิจัยจำนวนมาก เร่งชี้ไปในทิศทางเดียวกับข้อสรุปของ จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ ในอดีตที่ว่า นักเก็งกำไรในการพนัน อาจไม่ทำอันตรายเหมือนฟองสบู่ในองค์กรที่มั่นคง  แต่จุดยืนนั้นจริงจังเมื่อองค์กรกลายเป็นฟองสบู่ในวังวนของการเก็งกำไร  เมื่อการพัฒนาทุนของประเทศ กลายเป็นผลพลอยได้จากกิจกรรมของคาสิโน

คำถาม คือ หากตลาดเก็งกำไรที่หวือหวา ยังคงความคึกคักต่อไปอีกยาวนานเท่าใด การเสพติดกับเศรษฐกิจการพนันที่เติบใหญ่ขึ้นทุกขณะ สวนทางกับภาคการผลิตที่แท้จริง และภาคบริการ ที่การจ้างงานชั่วคราวสำคัญกว่าการจ้างงานแบบระยะยาว จะเกิดสถานการณ์แบบที่เคยเกิดขึ้นกับธุรกิจธนาคาร และการเงินที่ ใหญ่เกินกว่าจะล้มอีกหรือไม่

โจทย์เช่นนี้ ถือเป็นการบ้านที่คนในแวดวงต้องหาทางออกด้วยกัน ก่อนจะเกิดการตายหมู่เกิดขึ้น