OR ลงตามคาด

ราคาหุ้น OR เมื่อวานนี้ร่วงลงตามคาด

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

ราคาหุ้น OR เมื่อวานนี้ร่วงลงตามคาด

ที่ว่ากันว่าไม่น่าจะหลุด 30 บาทนั้น ในที่สุดหลุดจนได้ แม้จะมีหลายคนมาตั้ง Bid รับบริเวณนี้

ดูทรงหุ้นของ OR ในช่วง 1-2 วันหลังเข้าเทรด

หลายคนอาจจะสงสัยว่าจะมี “รายใหญ่” (อาจเป็นนักลงทุนรายบุคคลหรือกองทุน) เข้ามาเก็บหุ้น จนสามารถเข้ามา “ควบคุมทิศทางราคาหุ้น” ของ OR ได้แล้วล่ะ

ประเด็นนี้อาจจะ “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ก็ได้

แต่ที่แน่ ๆ คือ นักลงทุนรายย่อยหลายคนที่ขายทำกำไรบริเวณ 35 บาท

เข้าใจว่าพอได้กำไรเสร็จ ก็ลงมาตั้งรับ เช่นที่ระดับ 30-34 บาท

นั่นเพราะประเมินว่า ราคาอาจจะกลับขึ้นไปต่อได้

แต่ผลคือ ราคาร่วงลงมาตลอดทางในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ที่อาจจะมาจากปัจจัยลบทั้งอาจติดแคชบาลานซ์ ไม่ได้เข้า FTSE แบบ Fast track รวมถึงรอดูผลประกอบการไตรมาส 4/2563

และอาจจะมีประเด็นเรื่อง DW หรือ Derivative Warrant เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เมื่อราคาหุ้นไม่วิ่งขึ้นอย่างที่คาดกันไว้

หลายคนจึงเข้าไปซื้อเพิ่มเพื่อ “ถัวเฉลี่ย” ต้นทุนให้ลดลง แต่ราคาหุ้นเจ้ากรรมยังร่วงต่อเนื่องอีก

ช่วง 2 วัน (16-17 ก.พ.) น่าจะมีรายย่อยติดหุ้นบริเวณ 31-34 บาทกันอยู่เยอะ

นี่คือนักลงทุนรายย่อยกลุ่มแรก

ส่วนอีกกลุ่ม น่าจะได้กำไรหุ้น OR พร้อมกับขายที่บริเวณเหนือ 30 บาทขึ้นไป

หลังจากนั้น ได้เปลี่ยนไปเล่นหุ้นตัวอื่นที่ราคายังแลกการ์ด หรือแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/63 ออกมาดี

จึงเป็นอีกแรงทำให้ราคาหุ้นปิดตลาดปรับตัวลงมาอีก

หุ้น OR วานนี้ ลดลง 3.25 บาท ปิด 29.50 บาท เปลี่ยนแปลง -9.92%

P/E ณ ราคาปิดวานนี้ ลงมาเหลือ 43.81 เท่า

ระหว่างเขียนต้นฉบับ ทาง OR ยังไม่ได้แจ้งผลประกอบการงวดไตรมาส 4/63 ออกมา

หากออกมาดีกว่าคาดการณ์มาก ๆ

P/E อาจจะลงมาต่ำกว่า 40 เท่า และรอดจากการใช้แคชบาลานซ์ได้

หรือหากผลประกอบการออกมาเป็นไปตามคาดหรือต่ำกว่าคาด

ราคาหุ้น OR อาจจะปรับลงมาอีก

และหากลงมาต่ำกว่า 27 บาทในวันนี้ (18 ก.พ.) P/E จะลงมาต่ำกว่า 40 เท่า และน่าจะรอดจากการใช้เกณฑ์แคชบาลานซ์

หรืออีกกรณีคือ หาก P/E ยังสูงกว่า 40 เท่า ทุกอย่างเข้าเกณฑ์หุ้นติดแคชฯ

อาจมีความเป็นไปได้ว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ  จะยังไม่นำหุ้น OR ไปใช้เกณฑ์แคชบาลานซ์ จากเหตุผลที่เป็นหุ้นใหม่ เพิ่งเริ่มจะเข้าซื้อขายเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

มีประเด็นที่น่าจับตามองเพิ่มเติม

สัปดาห์หน้าทางศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จะเริ่มส่งใบหุ้น OR ให้กับกลุ่มนักลงทุนที่ไม่ได้นำหุ้นเข้าพอร์ต

นักลงทุนกลุ่มนี้มีทั้งนักลงทุนรายใหญ่ และรายเก่าที่เล่นหุ้นมานานแล้ว

แต่ส่วนใหญ่น่าจะเป็นนักลงทุนรายใหม่มากกว่า

หากเป็นโบรกฯ หรือนักลงทุนสถาบัน น่าจะพอรับทราบข้อมูลกันแบบวงในบ้างแล้วว่า กลุ่มนักลงทุนที่รับใบหุ้นนั้น มีอยู่จำนวนเท่าไหร่ และคิดเป็นจำนวนหุ้นรวมกันมากแค่ไหน

นักลงทุนกลุ่มนี้มีทั้งต้องการซื้อถือยาว และลงทุนสั้น

แต่หากราคายังลงมากกว่าขึ้น

น่าจะเป็นแรงกดดันให้กับนักลงทุน (หน้าใหม่) ยอมที่จะขายหุ้นออกมา เพราะหวั่นว่ากำไรจะลดลงเรื่อย ๆ

และน่าจะเป็นช่องให้รายใหญ่เข้ามาทยอยสะสมหุ้นได้ในราคาที่ตัวเองต้องการ

แม้ว่าหลักการกระจายหุ้น OR ไปสู่มือรายย่อย จะค่อนข้างดีมาก

ทว่า รายย่อยหลายคน ต่างไม่ได้มี ความรู้” และ “ประสบการณ์” เรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นมากนัก และอาจจะเป็นเหยื่อของรายใหญ่ หรือเข้าไปติดมันนี่เกมในตลาดหุ้น จนขาดทุนในที่สุดได้

ส่วนตัวผมบอกกับหลายคนว่า อย่าไปถามหาเหตุผลกับตลาดหุ้น

เวลาหุ้นขึ้นแรง หรือลงแรง

เรามักจะเห็นความพยายามไปหา “เหตุ” มาใส่ “ผล” ทั้งที่หลายครั้ง ราคาหุ้นจะวิ่งขึ้นและลงแบบไม่มีเหตุผล!!

ตลาดหุ้นกว่าที่เราจะเป็นผู้ล่า (เงิน)

เราอาจเป็นฝ่ายถูกล่าก่อนก็ได้